‘ไทย-เวียดนาม’จับมือครั้งประวัติศาสตร์ถกเข้มทุกมิติดันเศรษฐกิจโตคู่-ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม

จากนั้นเวลา 15.15 น. ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมการหารือเต็มคณะ ณ ห้องรับรองพิเศษ สำนักงานนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ท่ามกลางการเข้าร่วมของคณะผู้แทนระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีสำคัญ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในห้วงเวลาที่ทั้งสองประเทศกำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลเวียดนามสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่าการเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และเป็นโอกาสในการต่อยอดผลสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน คือการเร่งผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและเวียดนามให้ทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ “Three Connects” ที่มุ่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันในระยะยาว

ไทยยังได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านการธนาคารและการลงทุนระหว่างกัน ขณะที่รัฐบาลเวียดนามรับปากจะเร่งอำนวยความสะดวกและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยได้สะท้อนผ่านรัฐบาล

ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ ทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม และการประชุมร่วมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันผลการหารือสู่การปฏิบัติจริง โดยคาดว่าจะมีการประชุมสำคัญดังกล่าวภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังเห็นตรงกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน โดยชี้ว่าความชื่นชอบในวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตของกันและกัน ถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ในมิติความมั่นคง ไทยและเวียดนามตกลงยกระดับความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการด้านความมั่นคง เพื่อร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ขณะที่ความร่วมมือระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้ชื่นชมบทบาทของไทยในการผลักดันกระบวนการสันติภาพในเมียนมา พร้อมสนับสนุนแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้ง รวมถึงเห็นพ้องในการผลักดันความเชื่อมโยงด้านคมนาคม ความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนให้มีเอกภาพและมีอำนาจต่อรองมากขึ้นบนเวทีโลก

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของการหารือ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่สนับสนุนการส่งมอบนกกระเรียนไทยจำนวน 6 ตัวให้แก่จังหวัดด่งท้าป เพื่อใช้ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ในธรรมชาติ และอยู่ระหว่างการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 6 ตัว

นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบด้วยความยินดีว่า ไทยพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมหากเวียดนามมีความประสงค์ โดยมองว่าโครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ที่เติบโตควบคู่ไปกับความร่วมมือในทุกมิติ

การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างไทยและเวียดนามในวาระครบรอบ 50 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่มุ่งสร้างการเติบโต ความมั่นคง และความมั่งคั่งร่วมกันของทั้งสองประเทศในอนาคต