สภาฯผ่านฉลุยงบฯ ปี 70 จำนวน 285 เสียง ตั้ง 72 กมธ.วิสามัญฯรับไม้ต่อ

สภาไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ฝ่าวงล้อมเสียงค้าน “อนุทิน” ให้คำมั่นไม่เอื้อใคร-เงินไม่รั่ว ย้ำรู้ดีเป็นหนี้มีต้นทุน แต่รัฐบาลประเมินแล้วคุ้มค่า

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

ภายหลังสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอภิปรายกันอย่างกว้างขวางตลอดทั้งวัน รวมถึงคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลุกขึ้นชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ จนเสร็จสิ้น กระทั่งเวลา 20.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลุกขึ้นกล่าวสรุปเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สภาจะลงมติ

นายอนุทินกล่าวว่า ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ได้ชี้แจงสร้างความมั่นใจต่อสมาชิกสภาและประชาชนว่า การดำเนินโครงการจะเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบพิสูจน์ได้ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้มุ่งประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่า เงินกู้ก้อนนี้จะไม่ถูกนำไปเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดเป็นการเฉพาะ โดยตน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน จะติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการรั่วไหล พร้อมย้ำว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าเงิน 400,000 ล้านบาทเป็น “เงินกู้” ที่มีต้นทุน ไม่ใช่เงินงบประมาณที่สามารถนำมาใช้จ่ายโดยไม่ต้องคำนึงถึงภาระในอนาคต

“ผมทราบดีว่านี่คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินของเราที่สามารถนำมาจัดสรรใช้จ่ายได้โดยไม่มีต้นทุน” นายอนุทินกล่าว พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้ประเมินแล้วว่าต้นทุนการกู้คุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ และรัฐบาลมีความสามารถในการชำระหนี้ โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 1.2% พร้อมรับรองว่าจะกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

นายอนุทินยังสั่งให้ส่วนราชการเร่งรวบรวมข้อเสนอและคำแนะนำทั้งหมดจากการอภิปรายของสมาชิก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในขั้นตอนดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนทิ้งท้ายด้วยการกล่าวขอบคุณสมาชิกสภาหลายครั้ง พร้อมระบุว่า ขอบคุณที่ให้โอกาสตนทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้ประเทศชาติและประชาชน

จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การลงมติชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงินวงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติ 285 เสียงเห็นด้วย 141 เสียงไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 52 เสียง ส่งผลให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนปิดประชุมในช่วงหัวค่ำ