
เดือดปะทะเดือด! “อรรษิษฐ์” ฟาดกลับ “สุทธิพงษ์” ไม่ควรประจานผ่านสื่อ ชี้ข้าราชการกำลังใจสำคัญกว่าคำตำหนิ ลั่นถ้ามีปัญหาทำไมไม่มาบอกกันส่วนตัว
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดใจให้สัมภาษณ์กรณี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงมหาดไทยอย่างรุนแรงถึงขั้นระบุว่า อายที่เป็นข้าราชการบำนาญของกระทรวง โดยยืนยันว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง ทุกอย่างในกระทรวงดีขึ้นและได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว พร้อมย้อนถามกลับว่า ก่อนหน้านี้อาจจะน่าอายมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่อดีตปลัดระบุว่ามีอดีตปลัดกระทรวงโทรมาให้กำลังใจตนเองว่า ตนเห็นเพียงการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ยังไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกพาดพิงและเตรียมเผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายอนุทินได้ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในการทำงาน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงมีข้อมูลและหลักฐานที่ถูกต้องพร้อมชี้แจงทุกประเด็น
“เราเติบโตมาเห็นสิ่งที่ผิดที่ถูก ถ้าท่านไม่สบายใจเรื่องอะไรหรือคิดว่ามีข้อแนะนำ ควรมาบอกผมในฐานะที่เคยผ่านงานผู้บริหารกระทรวงมาแล้ว ไม่ใช่ไปบอกสื่อให้สาธารณชนรับรู้ อันนี้ผมว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และผมไม่อยากให้ใครมาว่ากระทรวงมหาดไทย เราทำงานหนักที่สุด อะไรที่ผิดพลาดก็ช่วยกันแก้ไข กรมต่างๆ มีเรื่องไม่ดีกระทรวงก็เข้าไปแก้ แย่แค่จุดเดียวไม่ใช่ทั้งกระทรวง ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ขอให้มาบอกผมก่อน ถ้าผมไม่ทำค่อยไปบอกคนอื่นว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยแย่มาก” นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยความอึดอัด
เมื่อถามว่า มองคำวิจารณ์ดังกล่าวเป็นการติเพื่อก่อหรือติเพื่อเหยียบ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า คนเราไม่เหมือนกัน ตนไม่ทราบว่ามีประสงค์อะไร แต่หากเป็นตนจะไม่ทำเช่นนั้น พร้อมกันนี้ยังได้ตอบโต้ปมปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ในอดีตตนไม่เคยได้ยินว่ามีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร มาสะสางเอาในยุคของตน โดยภายใต้การสั่ง 7 วันของนายอนุทิน กระทรวงได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงจนสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำความผิดในกระบวนการได้แล้ว ถือว่ากระทรวงทำหน้าที่ได้ดีที่สุดและโปร่งใสที่สุด
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้ายถึงความรู้สึกข้าราชการที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาว่า การถูกโจมตีเป็นเรื่องปกติ แต่ในฐานะผู้บริหารสูงสุดต้องออกมาปกป้ององค์กรและข้าราชการ เพราะคนเหล่านี้คือลมใต้ปีกที่ทำงานหนักร่วมกัน ผู้บังคับบัญชาต้องให้กำลังใจไม่ใช่มาติฉินนินทาข้าราชการของตนเอง
