
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ยังคงเร่งควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่ยากลำบากและไฟที่ยังคุกรุ่นใต้ชั้นดิน

ทั้งนี้ เหตุไฟป่าพรุบาเจาะเริ่มปะทุตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้กินเวลานานรวม 7 วัน พื้นที่ได้รับความเสียหายแล้วประมาณ 850 ไร่ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่าสงวนส่วนกลาง พื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ และพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน โดยเฉพาะสวนปาล์มและสวนยาง เสียหายกว่า 220 ไร่

อุปสรรคสำคัญในการควบคุมเพลิงครั้งนี้ คือ สภาพพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ประกอบกับลักษณะของไฟที่เป็น “ไฟใต้ดิน” ซึ่งสามารถลุกไหม้อยู่ลึกลงไปในชั้นดินและปะทุขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา หากความชื้นไม่เพียงพอ ทำให้การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบากและต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุด นายอัฐวัฒน์ จันทร์นวล นำชุดปฏิบัติการพิเศษ “เหยี่ยวไฟ” จากกรมป่าไม้ เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าพรุบาเจาะ โดยปรับแผนใช้ยุทธวิธีเชิงรุกและเทคโนโลยีเข้าช่วยอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการบินโดรนสำรวจพื้นที่จากมุมสูง เพื่อตรวจจับพิกัดความร้อนและวางแผนจำกัดวงไฟอย่างแม่นยำ ควบคู่กับการระดมเครื่องสูบน้ำและรถน้ำฉีดพ่นเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ชั้นดิน หวังสยบต้นตอไฟที่ฝังตัวอยู่ภายในพื้นที่พรุ

ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานยังคงบูรณาการกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนฝนหลวง รวมถึงรอปัจจัยจากฝนธรรมชาติเข้าช่วยลดความรุนแรงของเพลิง

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยสอดส่องเฝ้าระวัง หากพบกลุ่มควันหรือไฟปะทุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และลดผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ข่าว/ภาพ : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส



