
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิด BKK Clean Air 2027 ยกระดับสู้ PM2.5 ใช้ศูนย์บัญชาการ–สถานีวิเคราะห์ฝุ่นชี้เป้าต้นตอ ส่งสารวัตรสิ่งแวดล้อมตรวจเข้ม 50 เขต พร้อมดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว “BKK Clean Air 2027: ยกระดับมาตรการสู้ฝุ่นกรุงเทพมหานคร” เพื่อประกาศแนวทางรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ประจำปี 2570 ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ ห้อง Command Center ชั้น 1 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยมีนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแถลงข่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชน โดยต้องควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง ทั้งยานพาหนะ การเผา โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ต้องใช้ข้อมูลวิชาการและเทคโนโลยีวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่น ประกอบกับสภาพอากาศและทิศทางลม เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุด ส่วนมาตรการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home เป็นอีกเครื่องมือช่วยลดการเดินทางและมลพิษจากการจราจร โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าช่วยลดปริมาณการจราจรได้ประมาณ 10% ในบางวัน

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนมีส่วนร่วมได้ด้วยการลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ บำรุงรักษารถเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และงดเผาขยะหรือวัสดุทางการเกษตร ส่วนภาครัฐควรส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ และผลักดันการเปลี่ยนรถโดยสารดีเซลเก่าเป็นรถโดยสารไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษระยะยาว
นอกจากนี้ กทม.ยังให้ความสำคัญกับเครือข่ายประชาชนในการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม เปิดรับเบาะแสการเผา รถควันดำ และมลพิษอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและแก้ไขได้รวดเร็ว โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นกำลังสำคัญในการลดฝุ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับแผน BKK Clean Air 2027 ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเฝ้าระวัง การควบคุมแหล่งกำเนิด และการป้องกันสุขภาพประชาชน ผ่านมาตรการสำคัญ 4 ส่วน ดังนี้

ใช้ศูนย์บัญชาการ–สถานีขั้นสูง วิเคราะห์ฝุ่นก่อนส่งทีมลงพื้นที่
กทม.ใช้ศูนย์บัญชาการ Command Center เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งค่าฝุ่นรายพื้นที่ ทิศทางลม การระบายอากาศ จุดความร้อน และแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังและส่งทีมปฏิบัติการเข้าจัดการปัญหาอย่างทันท่วงที
พร้อมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำแดชบอร์ดจากสถานีวิเคราะห์ฝุ่นขั้นสูง หรือ Superstation มาใช้ตรวจสอบองค์ประกอบและแหล่งที่มาของฝุ่น เพื่อค้นหาสาเหตุและนำไปสู่การควบคุมมลพิษที่ต้นตอ

ส่ง “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ตรวจเข้มแหล่งมลพิษทั่ว 50 เขต
บูรณาการเจ้าหน้าที่ส่วนกลางและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกและกำกับแหล่งกำเนิดมลพิษตามกฎหมาย โดยใช้ข้อมูลจาก Command Center ชี้เป้าพื้นที่ที่ต้องตรวจสอบ
เป้าหมายครอบคลุมสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบ BKK Industrial Watch ไซต์ก่อสร้าง กิจการเสี่ยง และพื้นที่เสี่ยงเผาในที่โล่ง เพื่อให้การตรวจสอบและติดตามแก้ไขเป็นไปอย่างตรงจุด
ดึงภาคขนส่งลดควันดำ–ร่วมจังหวัดใกล้เคียงลดเผาเกษตร
กทม.เดินหน้าโครงการ Green List หรือบัญชีสีเขียว เชิญชวนผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนนำรถเข้าบำรุงรักษาและลงทะเบียนในระบบ เพื่อร่วมลดมลพิษและสนับสนุนการยกระดับสู่เขตมลพิษต่ำ หรือ Low Emission Zone ควบคู่กับโครงการ “รถคันนี้ลดฝุ่น”
ด้านการเผาในภาคเกษตร จะประสานจังหวัดปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงความร่วมมือกับจังหวัดนครนายก สนับสนุนทางเลือกทดแทนการเผา เช่น การอัดฟาง สับตอซัง ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย และนำเศษวัสดุทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อวางแผนช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม

แจ้งเตือนรวดเร็ว–เตรียมห้องปลอดฝุ่น ดูแลกลุ่มเปราะบาง
ด้านสุขภาพประชาชน กทม.จะสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นและแนะนำการปฏิบัติตนอย่างทันท่วงที จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นและห้องเรียนปลอดฝุ่นในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง
กรุงเทพมหานครเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่าย ร่วมตรวจเช็กสภาพรถ ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ กทม. เพื่อร่วมกันลด PM2.5 และคืนอากาศสะอาดให้คนกรุงเทพฯ
