‘การดี’ ฟาดกลับ ‘ศุภชัย-อนุทิน’ ตั้งคำถามสติปัญญาทีมบริหาร 

ศึกค่ายสีส้ม-สีฟ้าเดือด! “การดี เลียวไพโรจน์” สส.ประชาธิปัตย์ สวนกลับ “ภูมิใจไทย” ทวนประวัติศาสตร์พรรค 80 ปี ย้อนถามทีมบริหารรัฐบาลมีศักยภาพและธรรมาภิบาลพอรับมือวิกฤตแล้วหรือยัง

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569  นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า ขอขอบคุณในฐานะผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง พร้อมทั้งขอให้ช่วยทวนประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ผ่านทั้งความสำเร็จและบทเรียนมาอย่างยาวนาน ปีนี้ครบรอบ 80 ปีแล้ว มีทั้งช่วงเวลาที่ขึ้นและลง แต่วิถีของพรรคมองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของประเทศเสมอ

“วันนี้ประชาธิปัตย์มี 21 เสียง แล้วไงเหรอคะ ไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาเลย แค่ทำงานหนักราวกับมี 200 คน แม้เพิ่งมา แต่ไม่มองว่านี่คือจุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานใหม่บนอุดมการณ์การเมืองสุจริตที่เรามีมาช้านาน” นางการดี ระบุ

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ตนได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์จากนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งปัจจุบันทั้งนายชวน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค รวมถึงสมาชิกพรรคทุกคนยังคงยึดมั่นในแนวทางนี้ พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับไปยังพรรคภูมิใจไทยว่า มีอุดมการณ์แบบนี้เช่นเดียวกันหรือไม่ พร้อมระบุว่าวิถีปกติและอุปนิสัยของคนบางกลุ่มในพรรคดังกล่าว มักจะตอบโต้ด้วยการโจมตีก่อนที่จะพิจารณาเนื้อหาอย่างถ่องแท้

“พรรคท่านล่ะคะ มีอุดมการณ์แบบนี้ไหม มันเป็นวิถีปกติและอุปนิสัยของหลายคนในพรรคท่าน คือ ใครถามมา ต้องด่ากลับก่อน ก่อนที่จะติดกับดักหัวข้อข่าว… อยากให้ท่านฟังและอ่านให้ครบก่อน พร้อมกับตั้งคำถามว่า ขีดความสามารถหรือระดับสติปัญญาในทีมบริหารบางคน มีศักยภาพพอจะนำประเทศในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้หรือไม่ มีความสามารถในการบริหารจัดการรับมือวิกฤตภัยพิบัติและปัญหาประชาชนได้เพียงพอหรือไม่ และจริยธรรมและธรรมาภิบาลเรื่องทุจริตคอร์รัปชันที่สังคมยังคลางแคลงใจ มีคำอธิบายแล้วหรือยัง” นางการดี ระบุ

นางการดี ระบุทิ้งท้ายว่า แม้นายศุภชัยจะโพสต์ข้อความยาวพอสมควร แต่ตนกลับหาคำตอบในประเด็นที่ตั้งคำถามไม่ได้ เนื่องจากตนกำลังทวงถามถึงรัฐบาลชุดที่บริหารประเทศอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวในอศิตย้อนหลังไป 3 ทศวรรษตามที่อีกฝ่ายกล่าวถึง แต่อย่างไรก็ตาม อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนและ สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมข้อมูลมาอย่างครบถ้วน และหวังว่าจะได้ฟังคำตอบที่แสดงวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้าจากฝั่งรัฐบาลบ้าง เพราะประเทศไทยในยามนี้ไม่ได้ต้องการคนที่มีความสามารถแค่ฟาดฟันเรื่องในอดีตอย่างเดียว แต่ต้องการคนที่พร้อมรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศอย่างแท้จริง