
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 เมษายน บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทยอยเดินทางเข้าตึกสันติไมตรี เพื่อถ่ายภาพทำบัตรประจำตัว และเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ตามมาตรการของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในช่วงค่ำ
บุคคลแรกที่เดินทางมาถึงคือ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ก่อนที่รัฐมนตรีคนสำคัญจะทยอยเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ และแกนนำรัฐบาลอีกหลายกระทรวง สะท้อนภาพการเริ่มต้นภารกิจของรัฐบาลใหม่ที่เดินหน้าอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคึกคัก กลับมีเงาของ “คำถามใหญ่” ปกคลุมอยู่ โดยเฉพาะประเด็นการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน ซึ่ง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ระบุสั้น ๆ ว่า “ต้องถามนายกรัฐมนตรี” พร้อมทิ้งท้ายว่า “เดี๋ยวคุยกันคืนนี้”
ขณะเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยถึงแนวคิดการควบรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวมาอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมว่า ยังต้องรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี แต่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หากเดินหน้าจริง

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลที่ประชาชนยังไม่มั่นใจรัฐบาลในการแก้ปัญหาพลังงานว่า “ไม่เป็นไร ก็ทำงานให้หนักขึ้น” พร้อมยืนยันไม่เสียกำลังใจ แม้กระแสกดดันจะเพิ่มขึ้น
ช่วงเย็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินออกจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมรองนายกรัฐมนตรีหลายคน โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความรู้สึกในการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 แต่นายกฯ เพียงยิ้มและพยักหน้ารับ โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรีออกเดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในเวลา 19.00 น. ก่อนจะกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในเวลา 20.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี
สำหรับวาระสำคัญของการประชุม คือการรับทราบร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งมีกำหนดแถลงในวันที่ 9–10 เมษายนนี้ ท่ามกลางความคาดหวังและแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานที่กำลังท้าทายเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


