
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โลกออนไลน์ในจังหวัดภูเก็ตเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง หลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ภายในร้านจำหน่ายสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏภาพนักท่องเที่ยวชายชาวอิสราเอลรายหนึ่งพยายามซื้อสินค้า แต่กลับถูกเจ้าของร้านปฏิเสธการขาย พร้อมตะโกนขับไล่ด้วยถ้อยคำรุนแรง
ในคลิปวิดีโอ เจ้าของร้านซึ่งเป็นชายชาวไทยได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยตะโกนข้อความเชิงการเมือง เช่น “Free Palestine” และคำพูดโจมตีอิสราเอล รวมถึงผู้นำประเทศอย่าง “Netanyahu” ด้วยน้ำเสียงดุดัน พร้อมสั่งให้นักท่องเที่ยวออกจากร้าน
ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลรายดังกล่าวมีท่าทีตกใจ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพูดว่า “Call police” จากนั้นได้เดินออกจากร้านไปโดยไม่ได้เกิดเหตุรุนแรงเพิ่มเติม
หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง
บางส่วนมองว่าการกระทำของเจ้าของร้านอาจเกินกว่าเหตุ โดยระบุว่า ควรแยกแยะระหว่างปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระดับนานาชาติกับตัวนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเพียงประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ความคิดเห็นหนึ่งระบุว่า หากเพียงไม่ต้องการขายสินค้า ก็ควรปฏิเสธอย่างสุภาพ เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตซึ่งพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก
ขณะที่ อีกบางส่วนพยายามวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าของร้านอาจมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จึงแสดงอารมณ์ร่วมต่อประเด็นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวเน็ตอีกจำนวนหนึ่งเตือนว่า การเหมารวมประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่งจากสถานการณ์สงครามอาจไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีรายงานว่า มีการแจ้งความหรือการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ แต่คลิปวิดีโอยังคงถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ โดยหลายฝ่ายจับตาว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว
