
กรุงเทพฯ ไม่ควรเป็นเมืองที่คนต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เดิมซ้ำๆ และโอกาสทางเศรษฐกิจกระจุกอยู่เพียงไม่กี่จุด นี่คือสารสำคัญที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน หมายเลข 10 สื่อสารถึงประชาชนระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เขตคันนายาว ร่วมกับผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคันนายาว ก่อนเดินทางต่อไปยังศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ เขตสวนหลวง ร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนที่ออกมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าได้กลายเป็นกิจกรรมพักผ่อนยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบวงจร ทั้งการรับประทานอาหาร พบปะครอบครัว ดูภาพยนตร์ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ ภายในพื้นที่เดียว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครยังขาดพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่พักผ่อนรูปแบบใหม่ที่กระจายตัวอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ผู้คนและเม็ดเงินยังคงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่เดิมๆ และทำให้โอกาสทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงเสนอนโยบายเพิ่มงบประมาณพัฒนาย่านท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพมหานครจากเดิม 10 เท่า เป็น 500 ล้านบาทต่อปี เปิดโอกาสให้ชุมชน ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ ร่วมกันออกแบบและนำเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ตามศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นย่านวัฒนธรรม ย่านอาหาร ย่านสร้างสรรค์ หรือย่านบริการเฉพาะทาง เพื่อสร้างจุดหมายใหม่ กระจายผู้คน กระจายรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ระบุว่า โจทย์สำคัญของเมืองหลวงในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการขยายตัวของเมืองเท่านั้น แต่คือการทำให้การเติบโตนั้นเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม นโยบายต่างๆ ที่พรรคประชาชนนำเสนอจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็น “เมืองที่ง่าย และเมืองที่แคร์ทุกคน” โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่มักถูกละเลยจากโครงสร้างปัญหาที่สะสมมายาวนาน

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่ไม่ได้มีเพียงเรื่องคุณภาพชีวิต แต่ยังรวมถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดจากระบบอุปถัมภ์ การทุจริตคอร์รัปชัน การเรียกรับผลประโยชน์ และการบังคับให้ประชาชนต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อแลกกับสิทธิที่ควรได้รับอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ในด้านคุณภาพชีวิต พรรคประชาชนต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินทางสะดวก มีพื้นที่สาธารณะเพียงพอ มีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างทั่วถึง และมีโอกาสกระจายไปถึงประชาชนทุกกลุ่ม ขณะที่ในมิติของความเป็นธรรม พรรคพร้อมผลักดันให้เกิดระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพื่อให้ทรัพยากรและงบประมาณของกรุงเทพมหานครถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ว่าฯ เพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่มีเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน พร้อมทำหน้าที่ทั้งผลักดันนโยบายและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชนสามารถเกิดขึ้นได้จริง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผลประโยชน์ของประชาชนถูกกัดกร่อนจากการทุจริต

“ผมและผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนทุกคน พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่แคร์คน เป็นเมืองที่เติบโตอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้คนตัวเล็กในเมืองที่กำลังเติบโตแห่งนี้มีที่ยืน มีโอกาสลืมตาอ้าปาก และสามารถเข้าถึงโอกาสในชีวิตได้อย่างเท่าเทียม” นายชัยวัฒน์ กล่าว
