
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกของ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ เวลา 09.30 น. โดย นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว เป็นผู้เปิดการประชุม พร้อมระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานชั่วคราว และยืนยันว่ามีสมาชิกเข้าร่วมครบองค์ประชุม
จากนั้นได้ดำเนินการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้าสู่วาระสำคัญคือการเสนอชื่อเพื่อเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บรรยากาศภายในห้องประชุมเริ่มเข้มข้น เมื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายโสถณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ จาก พรรคภูมิใจไทย เข้าชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร
ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ จาก พรรคประชาชน เสนอชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดต ส่งผลให้การชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ กลายเป็นการแข่งขันทางการเมืองที่น่าจับตา

โดย นายโสถณ เป็นผู้ลุกขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ก่อน ประกาศชัดถึงแนวคิด “สังคายนากฎหมายล้าสมัย” ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่าสภาฯ ต้องเป็นพื้นที่ที่สง่างาม ปราศจากวาทกรรมโจมตีกันทางการเมือง และหากได้รับความไว้วางใจจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ด้าน นายพริษฐ์ ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ต่อทันที โดยสะท้อนความคาดหวังต่อประธานสภาฯ คนใหม่ว่า ต้องสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองในสภา หลังจากสถาบันนิติบัญญัติถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่อง

นายพริษฐ์ยังเสนอแนวทางพัฒนาสภาฯ ไว้ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการทำงาน เช่น ระบบประชุมออนไลน์ เพื่อให้การพิจารณากฎหมายมีความรวดเร็ว
- การเปิดเผยข้อมูลและรายงานต่าง ๆ ของสภาให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส
- การถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการ เพื่อให้ประชาชนรับรู้กระบวนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ
- การควบคุมและตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เพื่อปกป้องเงินภาษีของประชาชน

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ประธานสภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมือง ใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาร่างกฎหมาย และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงต้องทำหน้าที่คัดสรรบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระอย่างเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน บรรยากาศในห้องประชุมยังสะท้อนสีสันทางการเมือง เมื่อ สส.จาก พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค เดินทางเข้าร่วมประชุมพร้อมกัน โดยสวมชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน แทนการสวมสูทและผูกเนกไท ตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเลือกผู้ทำหน้าที่กำกับการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังถูกจับตามองว่า จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อทิศทางการเมืองไทยและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสภาชุดใหม่


