
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เข้ายื่นหนังสือต่อ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อขอให้วุฒิสภารวบรวมรายชื่ออย่างน้อย 20 คน ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ
นายภัทรพงศ์ ระบุว่า การเลือกตั้งดังกล่าวมีข้อกังขาอย่างร้ายแรงว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างกว้างขวางว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกยิ่งกว่าการเลือกตั้งปี 2500 ด้วยซ้ำ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พยายามร้องเรียนต่อหลายหน่วยงาน รวมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม
“ความรู้สึกในวันนี้หนักอึ้งมาก หากเราไม่พยายามสกัด หาก กกต.รับรอง ส.ส.ที่มีที่มาไม่ต่างจาก ส.ว.เสียงข้างมากในปัจจุบัน ประเทศจะเดินต่อไปอย่างไร” นายภัทรพงศ์กล่าว พร้อมย้ำว่าช่องทางที่เร็วที่สุดในขณะนี้ คือการให้ ส.ว.อย่างน้อย 20 คน ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นความลับตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ขอฝากไปถึง ส.ว.เสียงข้างมากว่า หากยังยึดถือจิตวิญญาณของการเป็น “ข้าราชการทางการเมือง” ที่อ้างประชาชนอยู่เสมอ ควรแสดงออกด้วยการร่วมลงชื่อครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

นายภัทรพงศ์ ได้สะท้อนความกังวลต่อการใช้คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง โดยเห็นว่าเป็นการบั่นทอนความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ และตั้งคำถามต่อการแถลงข่าวของ กกต.ที่ถูกมองว่าเป็นเพียงการแก้ตัว มากกว่าการอธิบายความจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา “บัตรเขย่ง” และผลการเลือกตั้งที่ประกาศออกมาเพียง 94% ว่าอีก 6% ที่เหลือจะถูกนำไปจัดการอย่างไร
ขณะที่ นายนันทนา นันทวโรภาส ระบุอย่างเผ็ดร้อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับตั้งแต่ปี 2500 ทั้งในเชิงกระบวนการ การนับคะแนน และความโปร่งใส โดยมีการร้องเรียนต่อ กกต.แล้วกว่า 5,000 คดี ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
น.ส.นันทนาเน้นย้ำว่า ประเด็นที่อันตรายที่สุดคือการใช้บาร์โค้ดแบบ 1 ต่อ 1 ในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเปิดช่องให้ตรวจสอบได้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกใคร ขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งคำถามถึงระเบียบ กกต.ที่กำหนดให้เก็บบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วไว้ในสถานที่เดียวกัน

“หากมีใครเข้าถึงข้อมูลได้ว่าเราเลือกใคร การเลือกตั้งจะไม่สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนอีกต่อไป บัตรชุดนี้จึงเป็นอันตรายที่สุด และการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะ” น.ส.นันทนากล่าว
น.ส.นันทนายังเรียกร้องให้ ส.ว.อิสระและ ส.ว.เสียงข้างน้อย ร่วมลงชื่อเพื่ออนาคตของประเทศ พร้อมแสดงความคาดหวังว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการรับหนังสือและให้สัมภาษณ์ น.ส.นันทนาและคณะได้ร่วมกันชูสองนิ้ว แสดงสัญลักษณ์ “วิคตอรี่” พร้อมประกาศว่า “สู้อีกสักตั้ง” ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังเข้าสู่จุดตึงเครียดที่สุดอีกครั้งหนึ่ง
