‘ทักษิณ’ ใช้สิทธิครั้งแรกในรอบ 20 ปีฝากคนกรุงเลือกคนทำงานเป็น-ทุ่มเทกู้วิกฤติเมืองหลวง

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด ตั้งอยู่บริเวณเต็นท์เซเว่นอีเลฟเว่น สาขาจรัญสนิทวงศ์ 69 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงสาย กระทั่งเวลา 10.03 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงหน่วยเลือกตั้งด้วยรถตู้โฟล์กสีดำ ทะเบียน อษ 1414 กรุงเทพมหานคร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเทา ทันทีที่ลงจากรถมีประชาชนหลายคนเข้ามาสวมกอดและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปตรวจสอบรายชื่อหน้าคูหา แล้วเข้ารับบัตรเลือกตั้งเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า รู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจ เพราะไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งมานานถึง 20 ปี ไม่ได้ใช้สิทธิ์มา 20 ปี ก็ตื่นเต้น ดีใจ อย่างน้อยก็ภูมิใจในความเป็นคนไทย

เมื่อถูกถามถึงคุณสมบัติของผู้ว่าฯ กทม. ที่อยากเห็น นายทักษิณ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นมหานครที่มีประชากรจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอ ควบคู่กับการแก้ปัญหาความสะอาดและการจราจร พร้อมมองว่างบประมาณของกรุงเทพมหานครยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ

อดีตนายกรัฐมนตรียังระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม. ต้องเป็นคนที่ “ทำงานเป็นและทุ่มเท” เพราะหากขาดทั้งความสามารถและความตั้งใจ ก็ไม่สามารถบริหารเมืองหลวงให้เดินหน้าได้

ระหว่างให้สัมภาษณ์ นายทักษิณยังเล่าด้วยอารมณ์ขันว่า ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งรู้สึกกังวล เพราะไม่ได้ใช้สิทธิมานาน จนไม่แน่ใจว่าจะหันตัวอย่างไรให้ถูกต้องตามกติกา

“วันนี้ตื่นเต้น กลัวทำไม่เป็น เลยไม่รู้หันก้นออกหรือหันก้นเข้าดี กลัวจะผิดรัฐธรรมนูญ”

พร้อมย้อนความหลังว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดของตนเกิดขึ้นในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายก่อนเว้นว่างยาวนานถึง 20 ปี

นายทักษิณ ยังฝากเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าการเลือกตั้งคือหน้าที่ของพลเมือง หากประชาชนไม่ออกมาแสดงเจตจำนงในการเลือกตัวแทน เมื่อผู้ได้รับเลือกทำงานไม่เป็นที่พอใจ ก็ไม่อาจโทษใครได้นอกจากตัวเอง พร้อมระบุว่า หากเลือกแล้วไม่ถูกใจ ก็สามารถตัดสินใหม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

สำหรับ สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน นายทักษิณกล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือความสามัคคีของคนไทย เพราะประเทศกำลังเผชิญทั้งปัญหาภายในและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการวางมือทางการเมือง นายทักษิณตอบว่า ปัจจุบันตนไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เดินทางมาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ทำหน้าที่พลเมือง

“ผมไม่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว ผมมาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมือง”

นายทักษิณ กล่าวว่า หลังจากนี้จะกลับไปใช้เวลากับครอบครัว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศในสัปดาห์หน้าเพื่อเยี่ยมเพื่อนฝูงที่เคยให้กำลังใจหลังได้รับอิสรภาพ พร้อมยอมรับว่าสุขภาพยังแข็งแรงตามวัย

“ก็ไหวแบบคนอายุ 77 ปี”

เมื่อถูกถามว่ายังติดตามการเมืองหรือไม่ หลังประกาศวางมือแล้ว นายทักษิณตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “มือจะวางตรงไหนดี” แม้จะไม่ได้ทำงานการเมือง แต่ยังติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง พร้อมระบุว่าเห็นใจรัฐบาล เพราะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และขอส่งกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่กำลังทำหน้าที่

เมื่อถามเกี่ยวกับการเดินทางไปอวยพรวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง นายทักษิณ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเดินกลับขึ้นรถ โดยมี ประชาชนจำนวนมากเข้ามาจับมือ สวมกอด และสอบถามด้วยความเป็นห่วงว่าเหนื่อยหรือไม่ ซึ่งนายทักษิณยิ้มพร้อมกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอบคุณ” ก่อนเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจจากผู้ที่มารอพบอย่างอบอุ่น