
ภารกิจเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-27 พฤษภาคม 2569 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กลายเป็นหนึ่งในภารกิจต่างประเทศที่ถูกจับตาอย่างหนักจากทั้งสื่อยุโรป หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และองค์กรระหว่างประเทศในกรุงปารีส หลังหลายฝ่ายมองว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ตัวแปรสำคัญ” บนสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์อินโด-แปซิฟิก
สื่อและหน่วยงานทางการฝรั่งเศสรายงานตรงกันว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับ Emmanuel Macron ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเอลีเซ มีนัยสำคัญมากกว่าความร่วมมือทวิภาคีทั่วไป โดยเฉพาะการลงนาม “แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส 2026–2028” ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” อย่างเป็นทางการในอนาคต

บทวิเคราะห์จากกรุงปารีสสะท้อนว่า ฝรั่งเศสกำลังวางประเทศไทยให้เป็น “พันธมิตรที่สมดุลและไว้ใจได้” ท่ามกลางแรงปะทะของมหาอำนาจโลก ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจฝรั่งเศสก็แสดงท่าทีตอบรับไทยอย่างชัดเจน โดย MEDEF International และสื่อเศรษฐกิจชั้นนำของฝรั่งเศส ต่างรายงานตรงกันว่า ความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป กำลังสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มทุนยุโรปจำนวนมาก โดยตั้งเป้าปิดการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2026
แหล่งข่าวด้านเศรษฐกิจระบุว่า กลุ่มทุนฝรั่งเศสสนใจเข้ามามีบทบาทในโครงการเมกะโปรเจกต์ของไทย โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ เทคโนโลยีความปลอดภัยดิจิทัล และตลาดสินค้าลักชัวรี

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การหารือกับ Thales เพื่อพัฒนาระบบควบคุมการบินและความมั่นคงไซเบอร์ ขณะที่ IN Groupe แสดงความสนใจร่วมพัฒนาระบบเอกสารความปลอดภัยระดับสูงของไทย
นอกจากนี้ สื่อไลฟ์สไตล์ในฝรั่งเศสยังจับตาศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น “ฮับสินค้าแฟชั่นและแบรนด์หรู” ของอาเซียน หลังตลาดผู้บริโภคระดับบนในภูมิภาคเติบโตต่อเนื่อง
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจจากเวทีนานาชาติ คือ การหารือด้านพลังงานสะอาดกับ International Energy Agency หรือ IEA ซึ่งไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมเปิดรับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจากฝรั่งเศส ท่ามกลางความกังวลต่อวิกฤตพลังงานโลกและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ในมิติซอฟต์พาวเวอร์ รัฐบาลไทยยังเดินหน้าเต็มกำลังในการผลักดัน “ชุดไทย” หรือ Chud Thai สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสื่อวัฒนธรรมฝรั่งเศสมองว่า เป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเอเชีย
รายงานจากสื่อต่างประเทศยังระบุด้วยว่า ผู้นำไทยได้ใช้เวทีระหว่างประเทศในฝรั่งเศส ชี้แจงสถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างตรงไปตรงมา ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และได้รับความเข้าใจจากทั้งรัฐบาลฝรั่งเศสและองค์กรระหว่างประเทศ
การเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้จึงถูกมองว่า ไม่ใช่เพียงภารกิจทางการทูตทั่วไป แต่คือ “การประกาศบทบาทใหม่ของไทย” บนเวทีโลก ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกขณะ
