นายกฯ สลดเหตุกราดยิงโรงเรียนดังนนทบุรีสั่งช่วยผู้บาดเจ็บด่วนลั่นเหตุนี้ยิ่งต้องคุมปืนเข้ม

นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนย่านนนทบุรี พร้อมสั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง และส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทันที ย้ำเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐต้องเข้มงวดการครอบครองอาวุธปืนมากกว่าเดิม

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเร่งด่วนที่สุด พร้อมประสานทุกฝ่ายเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า “แย่มากเลย กับเหตุที่เกิดขึ้น”

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากและเห็นใจผู้สูญเสีย พร้อมตั้งคำถามว่า “เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นได้อย่างไรในประเทศของเรา” พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลดำเนินนโยบายเข้มงวดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตพกพาและครอบครองอาวุธปืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกในอนาคต

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะมีการดำเนินการกับผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุในประเด็นความรับผิดชอบเกี่ยวกับอาวุธปืนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงพยักหน้า ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เข้ารายงานสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีโดยทันที ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เกิดเหตุโดยด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์และอำนวยการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เปิดเผยว่า จะเร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนและมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครอง ซึ่งต้องตรวจสอบว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของใคร ได้มาอย่างไร และเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องหรือไม่ แต่การตรวจสอบทั้งหมดจะต้องรอให้สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายเสียก่อน

นายพลพีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสามารถตรวจสอบหมายเลขทะเบียนอาวุธปืนได้ ก็จะสามารถย้อนตรวจสอบที่มาของปืนได้ว่าได้มาจากแหล่งใด พร้อมย้ำว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนมาโดยตลอดว่า การอนุญาตให้ประชาชนครอบครองหรือพกพาอาวุธปืนจะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนถูกกฎหมาย ปืนดัดแปลง หรืออาวุธประเภทใด จึงจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เพื่อสรุปข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการต่อไป