นายกฯ เบรกข่าวปรับ ครม.– ดึงกล้าธรรม ลั่นรอซักฟอกจบก่อน

นายกฯ เคาะกรอบซักฟอก 27-30 ต.ค.นี้ ก่อนติดภารกิจต่างประเทศยาว พร้อมเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านซักถามเต็มที่ ย้ำรัฐมนตรีทุกคนพร้อมสู้ทุกประเด็น

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า วิป 3 ฝ่ายจะหารือร่วมกัน โดยรัฐบาลมอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนเข้าร่วม พร้อมเสนอให้จัดการอภิปรายระหว่างวันที่ 27–30 ตุลาคม เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 18 คนสามารถเข้ารับฟังและชี้แจงได้อย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทินกล่าวว่า หลักสำคัญของรัฐบาลคือต้องเป็นช่วงที่รัฐมนตรีไม่ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ โดยหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ตนมีภารกิจต่างประเทศ รวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี และงานมหกรรมพืชสวนโลก นอกจากนี้ ยังมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมอาเซียน การประชุมเอเปก ตลอดจนการซักซ้อมพระราชพิธีต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงพิจารณาว่าช่วงวันที่ 27–30 ตุลาคมเหมาะสม เพราะรัฐมนตรีทุกคนจะสามารถมารับฟังการอภิปรายและร่วมกันชี้แจงข้อกล่าวหาได้ โดยจะเสนอกรอบเวลาดังกล่าวให้รัฐสภารับทราบ พร้อมยืนยันว่ารายละเอียดยังสามารถยืดหยุ่นได้ และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะหารือกันด้วยเหตุผล

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในการหารือ นายภราดรอาจเสนอเพิ่มสัดส่วนเวลาอภิปรายให้ฝ่ายค้าน เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าการชี้แจงไม่จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานเป็นชั่วโมง แต่ควรมุ่งตอบคำถามให้ตรงประเด็น ชัดเจน และมีหลักฐานประกอบ

“คนชี้แจงไม่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ ถ้าใช้เวลาเป็นชั่วโมงคงออกแม่น้ำไปกันหมด แต่การชี้แจงต้องเน้น ๆ เนื้อ ๆ ถามมาอย่างไรก็ตอบไปให้ชัดเจน พร้อมแสดงหลักฐานต่าง ๆ” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า หากไม่สามารถเลื่อนวันอภิปรายได้ ก็สามารถปรับสัดส่วนเวลาให้เหมาะสมและลงตัว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำหน้าที่ได้โดยไม่ต้องตึงเครียด ส่วนฝ่ายค้านจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับผลการหารือร่วมกันของวิปทั้ง 3 ฝ่าย

เมื่อถามถึงกระแสคาดการณ์ว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งการปรับคณะรัฐมนตรีและการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจ และแม้แต่วันอภิปรายก็ยังไม่ได้ข้อยุติ

ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินย้ำว่า ขอให้ดำเนินการไปทีละขั้นตอน โดยรอให้กำหนดวันอภิปราย เข้ารับฟังการอภิปราย และลงมติให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงค่อยว่ากัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงรายงานข่าวการควบรวมพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินย้อนถามว่า “ใครรายงาน” ก่อนกล่าวว่า หากผู้สื่อข่าวเป็นผู้รายงาน ก็ให้ไปสอบถามกันเอง