
เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 9 เมษายน ที่รัฐสภา บรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งแรกในสมัยสามัญประจำปี เต็มไปด้วยความคึกคักและจับตา เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลุกขึ้นแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุม ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังปั่นป่วนทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์
ภายใต้การทำหน้าที่ประธานที่ประชุมของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา โดย นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นด้วยการย้ำ “3 หลักยึด” ของการบริหารประเทศ ได้แก่ การพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และการยืนบนหลักนิติธรรม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะบริหารงานด้วยธรรมาภิบาล เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
โลกผันผวน-พลังงานปั่นป่วน รัฐบาลเร่งตั้งรับ
นายกรัฐมนตรี สะท้อนภาพความจริงว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกลดลง สวนทางกับความต้องการ ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างรุนแรง
“สถานการณ์นี้ไม่อาจคาดการณ์จุดจบได้” นายกรัฐมนตรีระบุ พร้อมประกาศว่า รัฐบาลจะบริหารทรัพยากรอย่างเข้มข้น ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และใช้วิกฤตเป็นโอกาส ดึงดูดบริษัทต่างชาติให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย พร้อมเร่งเปิดตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร
กาง 5 นโยบายหลัก 23 มาตรการ “ยกเครื่องประเทศ”
ท่ามกลางความท้าทาย นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม และการปฏิรูประบบรัฐ โดยแตกออกเป็น 23 มาตรการเร่งด่วน
หัวใจสำคัญคือการ “ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย” ตั้งแต่การสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ เชื่อมโยงไทยสู่เศรษฐกิจโลก ไปจนถึงการผลักดันเกษตรกรรมสมัยใหม่ และยกระดับการท่องเที่ยวสู่การสร้างมูลค่าสูง
ขณะเดียวกัน ยังเน้นหนักด้านความมั่นคง ทั้งการแก้ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และการเสริมศักยภาพกองทัพ รวมถึงการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
เดิมพันอนาคตไทย ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
ในมิติทางสังคม รัฐบาลชู “เรียนฟรีมีงานทำ” และการยกระดับระบบสาธารณสุขให้รักษาได้ทุกที่ พร้อมรับมือสังคมสูงวัยและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง
ด้านสิ่งแวดล้อม ประกาศเป้าหมายใหญ่ ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
ปิดท้าย: “หยุดนิ่งไม่ได้ ประเทศจะถดถอย”
ช่วงท้ายของการแถลง นายกรัฐมนตรีส่งสารชัดว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากไม่เร่งปรับตัว จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“ความท้าทายในวันนี้คือความจริงที่ต้องยอมรับ หากเราหยุดนิ่ง ประเทศจะถดถอย”
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะทุ่มทุกกำลังเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ยกระดับเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยกลับมายืนอย่างแข็งแกร่งบนเวทีโลกอีกครั้ง
