
“บิ๊กแจ๊ส” นำทีมครอบครัวคนรักปทุม เปิดเวทีใหญ่แถลงผลงานต่อหน้าประชาชนกว่า 5,000 คน ประกาศ “ชีวิตที่เหลือเพื่อปทุมธานี” พร้อมบริหารงบ 2,300 ล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 ที่ศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ ยิมเนเซียม 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ “บิ๊กแจ๊ส” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต นำกลุ่ม “ครอบครัวคนรักปทุม” เปิดเวทีใหญ่แถลงผลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาจากประชาชน และประกาศทิศทางพัฒนาจังหวัด ท่ามกลางชาวปทุมธานีที่เข้าร่วมกว่า 5,000 คน

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดย “บิ๊กแจ๊ส” ประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองภายใต้สโลแกน “ชีวิตที่เหลือเพื่อปทุมธานี” พร้อมกล่าวต่อหน้าประชาชนว่า “ชีวิตที่เหลือของผม ขอมอบให้กับพี่น้องชาวปทุมธานี” ยืนยันจะใช้ประสบการณ์และเวลาที่เหลือพัฒนาบ้านเกิด โดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ระบุว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งในปี 2564 อบจ.ปทุมธานีมีงบประมาณประมาณ 1,700 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2,300 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารและจัดเก็บรายได้ โดยงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม การป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อให้บริการเข้าถึงผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ และประชาชนในชุมชนอย่างทั่วถึง

ช่วงสำคัญของงานคือการเปิดเวทีให้ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนสะท้อนปัญหาโดยตรง ทั้งน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระบบระบายน้ำ และการฟื้นฟูอาชีพชุมชนหลังวิกฤตโควิด-19 เพื่อนำข้อมูลไปกำหนดแผนใช้งบประมาณ 2,300 ล้านบาทให้ตรงกับความเดือดร้อนของแต่ละพื้นที่ และผลักดันปทุมธานีไปสู่เมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโครงการ “สะพานบุญสุดท้าย” ให้บริการรับและเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตชาวปทุมธานีจากโรงพยาบาลไปยังวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หวังช่วยลดภาระครอบครัวผู้เสียชีวิต แก้ปัญหาค่ารถส่งศพแพงเกินจริง และสร้างหลักประกันว่าผู้ยากไร้จะได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรีในวาระสุดท้าย

ภายในงาน กลุ่มครอบครัวคนรักปทุมยังเปิดตัวทีมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หรือ สจ. เพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเน้นคัดเลือกผู้ที่ขยัน เข้าถึงง่าย และพร้อมเป็นตัวแทนรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ทีมงานยึดแนวคิดทำงานแบบครอบครัวและดูแลประชาชนเสมือนพี่น้อง ทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที พร้อมยืนยันว่า การบริหารงบประมาณต้องโปร่งใส “ไม่มีระบบเงินทอน” และเงินภาษีทุกบาทต้องกลับคืนสู่ประชาชนในรูปของสวัสดิการและการพัฒนาจังหวัดอย่างแท้จริง




