
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา 2 ร่างควบคู่กัน ท่ามกลางแรงจับตาทางการเมืองอย่างเข้มข้น
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ทั้ง 2 ร่างตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กระบวนการยกร่างต้องไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มการเมืองใด และต้องไม่เพิ่มอภิสิทธิ์ให้สมาชิกรัฐสภากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าเนื้อหาทั้งหมดสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
หัวหน้าพรรคประชาชน ยอมรับตรงไปตรงมาว่า การเสนอถึง 2 ร่าง เป็นผลจาก “ข้อจำกัดทางการเมือง” ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่วางเงื่อนไขไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
“อย่างน้อยหากรัฐสภา โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา ใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาแบบเดียวกับครั้งก่อน จะต้องมีอย่างน้อย 1 ร่างที่ผ่านวาระแรกได้แน่นอน” นายณัฐพงษ์กล่าว
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สาระสำคัญของทั้ง 2 ร่างแทบไม่ต่างกัน ยกเว้นเพียง “วิธีได้มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)”
ร่างแรก เสนอให้ประชาชนเลือก สสร. โดยตรงจำนวน 150 คน แบ่งเป็น สสร.แบบแบ่งเขตจังหวัด 100 คน และบัญชีรายชื่อ 50 คน ก่อนส่งรายชื่อให้รัฐสภารับรองทั้งชุด หากไม่ผ่าน ต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
ส่วนร่างที่สอง ใช้ระบบ “เลือกแคนดิเดต 2 เท่า” โดยประชาชนเลือกผู้สมัคร สสร. 300 คน จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 150 คน ผ่านการลงคะแนนลับ พร้อมออกแบบระบบคำนวณคะแนนเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากผูกขาดการคัดเลือก
นายพริษฐ์ ย้ำว่า กลไกดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นอิสระของ สสร. และลดข้อครหาว่าเป็น “โควตาพรรคการเมือง”
สำหรับ เนื้อหาหลักอีก 5 ประเด็นที่เหมือนกันทั้งสองร่าง ประกอบด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง 45 คน โดยเกินกึ่งหนึ่งต้องมาจาก สสร. เปิดทางผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาชนเข้าร่วม, กำหนดกรอบห้ามแก้ไขรูปแบบรัฐและระบอบการปกครอง, วางกรอบเวลายกร่างให้เสร็จภายใน 360 วัน, ให้ สสร.ทำหน้าที่ต่อได้แม้มีการยุบสภา และเมื่อยกร่างเสร็จต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณาก่อนทำประชามติ โดยใช้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
ช่วงท้ายการแถลง นายณัฐพงษ์เรียกร้องทุกพรรคการเมือง รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา เปิดใจกับทุกข้อเสนอ และไม่ควร “ปิดประตู” ตั้งแต่วาระแรก เพราะยังสามารถถกเถียงรายละเอียดกันได้ในชั้นกรรมาธิการ
ขณะที่ นายพริษฐ์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พรรคประชาชนได้หารือกับ พรรคเพื่อไทย แล้ว และพร้อมร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หากยังยึดหลักการเดียวกันทั้ง 3 ข้อ
พร้อมกันนี้ยังส่งสัญญาณตรงถึงสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า ร่างของพรรคประชาชนหลายส่วนเป็นหลักการเดิมที่เคยได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภามาแล้วก่อนหน้านี้ หากครั้งนี้มีการกลับมติ ก็อยากให้สังคมได้รับคำอธิบายถึงเหตุผลและหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจอย่างชัดเจน
