
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยมีสาระสำคัญคือ การยกเลิกการกำหนดให้ “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างโอกาสสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันนกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำพวกนก ลำดับที่ 576 ส่งผลให้ผู้ครอบครอง ผู้เพาะพันธุ์ และผู้ค้าต้องขออนุญาตตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในวงกว้าง
ทั้งนี้ การปรับสถานภาพครั้งนี้จึงมีเป้าหมายลดอุปสรรคด้านกฎหมาย เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์นกกรงหัวจุกได้สะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มจำนวนประชากรนกจากการเพาะเลี้ยงเพื่อทดแทนการจับจากธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ผู้เพาะเลี้ยง รวมถึงสนับสนุนการสืบสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกเพื่อการประกวดแข่งขันเสียงร้อง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคใต้
นอกจากนี้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้มีมติเห็นชอบให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมกำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ติดตามสถานภาพและจำนวนประชากรนกในธรรมชาติอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง หากพบว่าประชากรลดลง หรือมีความเสี่ยงต่อการกระจายพันธุ์และการสูญพันธุ์ จะต้องเสนอให้นำกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนเสนอร่างกฎกระทรวงดังกล่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมายและเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 11-25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ และเห็นว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเพิ่มรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวลลิดา กล่าวย้ำว่า การปรับสถานภาพนกกรงหัวจุกครั้งนี้ เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการเพาะเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการติดตามประชากรนกในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และป้องกันการลักลอบจับหรือล่านกจากธรรมชาติเพิ่มขึ้นในอนาคต
