
รัฐบาล “อนุทิน 2” เดินหน้าเครื่องยนต์เศรษฐกิจระยะสั้นถึงยาว ชู Bangkok Blueprint ดึงดูดทุนต่างชาติ ท่ามกลางเสถียรภาพ 291 เสียงในสภา
ในวิกฤตมีโอกาส “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สวมหัวโขนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แม่ทัพใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน
ผลงานเด่นที่ผ่านมาของ “เสี่ยหนู” ถูกขับเคลื่อนผ่านการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญหลายยุคหลายสมัย ผ่านหลายรัฐบาลผสม
ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ กรุงเทพมหานคร มีตัวแทนและผู้เข้าร่วมประชุมจาก 191 ประเทศทั่วโลก โดยมี จำนวนผู้แทน คณะผู้บริหารธนาคารกลาง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรวมกันกว่า 15,000 คน เข้าร่วมหารือด้านนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงวันที่ 12–18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในรอบ 35 ปีของประเทศไทย
แนวโน้ม คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ เม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ จะเกิดการจับจ่ายใช้สอยและสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศประมาณ 1,050 – 2,250 ล้านบาท อาจพุ่งสูงสุด 8,000 ล้านบาท นั้นเป็นช่วงระยะสั้น
ในระยะกลาง คาดว่า เป็นสร้างเครือข่ายและการรับรู้ เป็นยกระดับภาพลักษณ์ “Global City” แสดงศักยภาพความพร้อมของกรุงเทพฯ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบการขนส่ง, เทคโนโลยีการสื่อสาร และการรักษาความปลอดภัยระดับมาตรฐานสากล
ขณะเดียวกันจะมีการเปิดตัวซอฟต์พาวเวอร์และอัตลักษณ์ไทย : การจัดแสดงนิทรรศการที่ Thailand Pavilion เพื่อโชว์ความพร้อมระบบการเงินดิจิทัล (เช่น PromptPay และระบบ QR Code ข้ามพรมแดน), นวัตกรรมการดูแลสุขภาพ, รวมถึงการเผยแพร่อาหารไทย, ผ้าไหม และศิลปวัฒนธรรมสู่สายตาผู้นำเศรษฐกิจโลก
สำหรับ ผลประโยชน์ระยะยาว คาดว่า จะดึงดูดทุนและขับเคลื่อนนโยบาย การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: เป็นเวทีแสดงความมั่นคงทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ (FDI) หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว, พลังงานสะอาด, คลังข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีขั้นสูง และเชื่อมโยง SME ไทยสู่สากล: เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อยของไทย ได้เข้าถึงเครือข่ายสถาบันการเงินและผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ เพื่อขยายตลาดส่งออกและก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกนอกจากนี้ขะได้แสดงความเป็นผู้นำทางนโยบาย: ประเทศไทยเสนอแนวคิดเชิงนโยบาย เช่น Bangkok Blueprint ฯลฯ
แนวโน้มทิศทางในอนาคตของรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และทีมคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 มุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือความผันผวนของโลก ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในฐานเสียงและการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีทิศทางสำคัญแบ่งตามยุทธศาสตร์หลักและมิติทางการเมืองเป็นหลัก
ย้อนดูเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาลผสม ครองเสียงรวม 291 เสียง โดยพรรคแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทยยังคงยืนยันความเป็นปึกแผ่นในการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย แม้จะต้องเผชิญกับการตรวจสอบและเตรียมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านในอนาคตอันใกล้ช่วงปลายตุลาคม หรือต้นพฤศจิกายนนี้ เปอร์เซ็น “ รอดหรือร่วง” ต้องรอลุ้นกันต่อไป !!!!
