
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ กองพัฒนานักศึกษาฯ จัดเวทีดีเบตนโยบายเชิงสร้างสรรค์รวบรวมขุนพลนักการเมืองระดับแม่ทัพประชันนโยบายโค้งสุดท้าย โดยมีผู้สมัครตัวเต็งเข้าร่วมคับคั่ง ได้แก่ นายจูรี นุ่มแก้ว พรรคประชาธิปัตย์, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พรรคประชาชน, นายศาสตรา ศรีปาน พรรคภูมิใจไทย, ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ พรรคเพื่อไทย, ดร.ธนุ วงษ์จินดา พรรคกล้าธรรม และ นายคริส โปตระนันท์ พรรคเศรษฐกิจ มาร่วมอภิปราย ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ฆายนีย์ บุญพันธ์ และ ดร.ปิยมิตร ท้วมศรี อาจารย์จากม.อ.หาดใหญ่

ชูนโยบายฟื้นฟูเร่งด่วน: ปรับโครงสร้างหนี้และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ในช่วงแรกของการเสวนา แต่ละพรรคได้นำเสนอแผนปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดย ทพญ.ศรีญาดา (เพื่อไทย) เสนอแนวทางการบริหารจัดการหนี้สินภาคประชาชนควบคู่ไปกับการผลักดันราคายางพาราให้ถึงเป้าหมาย 70 บาท ขณะที่ นายศาสตรา (ภูมิใจไทย) มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการเยียวยาจากภัยพิบัติและสานต่อโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับท้องถิ่น ด้าน ดร.ธนู (กล้าธรรม) ได้นำเสนอแผนการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกร และการลดภาระงานเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน
ขณะที่พรรคการเมืองอื่นได้นำเสนอนวัตกรรมทางการเงินและสังคม โดย นายจูรี (ประชาธิปัตย์) เสนอการปรับปรุงวงเงินเยียวยาอุทกภัยให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง พร้อมจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่ ส่วน นายคริส (เศรษฐกิจ) ได้เสนอวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงและโลจิสติกส์ โดยเน้นการสร้างสันติภาพชายแดนเพื่อเปิดประตูการค้า และเสนอโครงการ Ocean Lift เพื่อยกระดับการขนส่งทางน้ำ ด้าน นพ.สุภัทร (ประชาชน) ชูนโยบายสร้างความหวังผ่านระบบสวัสดิการ และการใช้ระบบไอทีสร้างเครือข่ายเตือนภัยน้ำท่วมอัจฉริยะ

ถอดบทเรียนอุทกภัยปี 68: สู่การจัดการน้ำเชิงวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประเด็นอุทกภัยปลายปี 68 ที่ผ่านมา “นพ.สุภัทร” เสนอใช้ความรู้จัดการน้ำร่วมกับเอกชน ด้าน “จูรี” เสนอทำ Digital Twin จำลองโมเดลน้ำดิจิทัล และต้องทำให้น้ำไหลผ่านเมืองเร็วที่สุด ส่วน “ทพญ.ศรีญาดา” ยันต้องสร้าง Floodway ออกอ่าวไทยโดยตรง
ขณะที่ “ดร.ธนุ” ชูระบบ Single Command สั่งการจุดเดียวและเสนอสร้างฝายรอบเมืองหาดใหญ่ ส่วน “คริส” ตั้งคำถามงบน้ำ 7 หมื่นล้านหายไปไหน และเสนอตั้งงบเยียวยาฉุกเฉิน 3 หมื่นล้านโดยตรง ด้าน “ศาสตรา”

พลิกโฉมการศึกษา: เรียนฟรีจริง-บุฟเฟต์วิชา-ยุบโรงเรียนไร้คุณภาพ
ประเด็นการศึกษา “จูรี” ชู “บุฟเฟต์การศึกษา” เรียนสิ่งที่ชอบ-ทำงานที่ใช่ ด้าน “นพ.สุภัทร” เสนอคูปองการเรียนรู้ 2,000 บาท ออกแบบหลักสูตรเองได้ ส่วน “ทพญ.ศรีญาดา” เน้นจับคู่ทักษะงานและ AI For All ฝั่ง “ศาสตรา” ดันออกแบบหลักสูตรตรงเทรนด์จ้างงาน ปลูกฝังความเป็นนานาชาติ
ด้าน “ดร.ธนุ” เสนอเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นโรงฝึกประสบการณ์จบมามีงานทำทันที ขณะที่ “คริส” เสนอดึงคนเก่งกลับประเทศ อุดหนุนนักเรียนโดยตรง ผลักดันคุณครูที่เก่งมาสอนนักเรียนในโรงเรียน

บทสรุป: หาดใหญ่ – สงขลาจะเปลี่ยนไปหรือไม่?
ในช่วงท้ายของการดีเบต ผู้สมัครต่างโชว์จุดยืนทางการเมือง “จูรี” ย้ำชัดสนับสนุนเสรีภาพคนรุ่นใหม่ “ทพญ.ศรีญาดา” การันตีรายได้ 3,000 บาทต่อเดือนแก้จน ส่วน “ศาสตรา” มั่นใจโครงการแลนด์บริดจ์จะดึงเด็กใต้กลับมาทำงานที่บ้าน ขณะที่ “นพ.สุภัทร” ย้ำเรื่องภาษีที่เป็นธรรม
นาทีนี้ชาวหาดใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่คำสัญญา แต่ต้องการ ‘กึ๋น’ ในการบริหารวิกฤตที่จับต้องได้จริง เมื่อบทเรียนจากมวลน้ำปี 68 กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่คอยย้ำเตือนใจคนสงขลา เวทีดีเบต ม.อ. ครั้งนี้จึงเป็นยิ่งกว่าการโชว์วิสัยทัศน์ ทว่าถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นที่ตัวนโยบายและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและปลอดภัยอย่างยั่งยืน

