
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือภายใต้นโยบายการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Offset Policy) ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 ระหว่างกองทัพอากาศและกระทรวง อว. ซึ่งดำเนินควบคู่กับโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ พร้อมวางรากฐานการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ประเทศไทย

ภายในงานได้รับการต้อนรับจาก พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจรับข้อตกลงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (MOA) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ผู้แทนบริษัท SAAB AB และนักเรียนทุนจำนวน 9 คนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในราชอาณาจักรสวีเดน เข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ความมั่นคงถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ หากประเทศขาดความมั่นคงก็ไม่อาจก้าวไปสู่ความเจริญได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมชื่นชมกองทัพอากาศในฐานะแหล่งรวมองค์ความรู้ วิทยาการสมัยใหม่ และยุทธวิธีชั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นโยบาย Offset ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะไม่ใช่เพียงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ประเทศไทยก้าวจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สร้าง” ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งทางตรงด้านยุทโธปกรณ์ และทางอ้อมในรูปแบบเทคโนโลยีสองทาง (Dual-use Technology) ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การวิจัยและนวัตกรรมในภาคพลเรือนได้ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างศักยภาพให้ไทยสามารถพัฒนาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองในอนาคต

พร้อมกันนี้ได้แสดงความยินดีกับนักเรียนทุนทั้ง 9 คน ที่ได้รับคัดเลือกไปศึกษาต่อในประเทศสวีเดน โดยระบุว่า ทุกคนคือกำลังสำคัญของประเทศที่จะออกไปเรียนรู้เทคโนโลยีระดับโลก ก่อนนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศในเวทีสากล
“เมื่อเราได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว สิ่งสำคัญคือการนำมาต่อยอดให้เหมาะกับประเทศไทย ไม่ใช่เพียงเดินตามประเทศอื่น แต่ต้องสร้างเทคโนโลยีของเราเอง กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนกองทัพอากาศในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย พร้อมเดินหน้าเคียงข้างกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อร่วมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยนำนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์ มาผสานกับภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการดังกล่าว ได้สนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ณ ราชอาณาจักรสวีเดน จำนวน 9 ทุน ใน 3 สาขาแห่งอนาคต ได้แก่ Cyber Security and AI, Space and Aerospace และเทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตร โดยกระทรวง อว. รับหน้าที่บริหารกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โปร่งใส และได้มาตรฐาน ผู้สมัครทุกคนต้องผ่านการประเมินทั้งด้านผลการเรียน ความสามารถภาษาอังกฤษ และการนำเสนอแผนการศึกษาและแผนวิจัยต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งกองทัพอากาศและหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อเฟ้นหาผู้มีศักยภาพสูงสุดเป็นตัวแทนของประเทศ

นางสาววราภรณ์ กล่าวย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะไม่หยุดอยู่เพียงการมอบทุนการศึกษา แต่จะต่อยอดไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างเครือข่ายวิจัยระดับโลก และการพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่านักเรียนทุนทั้ง 9 คน เมื่อสำเร็จการศึกษาและกลับมาปฏิบัติงานชดใช้ทุนในประเทศไทย จะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงและศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว



