
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 บรรยากาศที่บ้านศรียะลา จังหวัดยะลาเต็มไปด้วยความหมายมากกว่ามื้ออาหาร เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง เดินทางเข้าพบ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบเป็นการส่วนตัว
วงหารือปิดฉากลงด้วยโต๊ะอาหารกลางวัน ที่ไม่ได้เป็นเพียงการต้อนรับธรรมดา แต่สะท้อน “สัญญาณทางการเมือง” และ “สายสัมพันธ์ส่วนบุคคล” ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ โดยมี บุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และผู้นำเหล่าทัพ

เมนูอาหารพื้นถิ่นใต้ถูกจัดเต็ม ทั้งมัสมั่นเนื้อ ไก่กอและ ผัดสะตอกุ้ง และปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์ ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างลำไยลอยแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่ดู “ชื่นมื่น” แต่แฝงนัยทางการเมืองที่เข้มข้น
หลังมื้ออาหาร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวเปิดใจถึงนายกรัฐมนตรีอย่างตรงไปตรงมา ย้ำความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ร่วมงานตั้งแต่ปี 2544 ว่า “รู้จักนิสัยการทำงานดี เป็นคนจริงจัง และเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำประเทศในช่วงวิกฤต”

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังชี้ว่า นายกรัฐมนตรีผ่านบททดสอบสำคัญของประเทศมาแล้ว ทั้งช่วง วิกฤตต้มยำกุ้ง และ โควิด-19 จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาประเทศฝ่าความซับซ้อนในปัจจุบันได้
“นโยบายรัฐบาลไม่สวยหรู แต่ทำได้จริง” คือคำประเมินที่สะท้อนมุมมองของนายวันนอร์ พร้อมฝากความหวังว่า หากเดินหน้าครบวาระ 4 ปี ประเทศจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

แม้อายุล่วงเลยเข้าสู่ 81 ปี แต่วันนอร์ย้ำชัด การรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีไม่ใช่เพราะการเมือง หากแต่เป็น “คำขอ” ที่ปฏิเสธไม่ได้ในยามประเทศเผชิญปัญหา พร้อมประกาศจุดยืนทำงานเพื่อชาติ โดยไม่ข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง
ช่วงท้ายของการพบปะ กลายเป็นอีกภาพจำสำคัญ เมื่อวันนอร์มอบ “กริช” เป็นของที่ระลึกให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายหลังยื่นเงินตอบแทนตามธรรมเนียม “ของมีคมต้องซื้อ” เสมือนเคล็ดลางแห่งความสัมพันธ์และความตั้งใจ
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า บ้านศรียะลาแห่งนี้ เคยต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่สาม” และอาจเป็น “คนสุดท้าย” ตามคำกล่าวของเจ้าบ้าน

พร้อมทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ยาว 4-8 ปี และนำพาประเทศก้าวผ่านพายุวิกฤตที่กำลังถาโถมอยู่ในเวลานี้
จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยนายวันมูฮะมัดนอร์ รับเงิน พร้อมระบุว่า การให้กริชหรือของมีคม จะต้องจ่ายเงิน เพื่อเป็นเคล็ด รวมถึงลูกเขยของวันมูฮะมัดนอร์ จะมอบของที่ระลึกให้ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

