ศึกพลังงานเดือดกลางสภาปชป.เปิดเกมซักฟอกสดอัดรัฐปล่อยราคาน้ำมันพุ่งเกินจริง

บรรยากาศในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ร้อนระอุขึ้นทันที เมื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา จี้ปมบริหารราคาพลังงานของรัฐบาล ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากประชาชนที่กำลังเผชิญภาระค่าครองชีพพุ่งสูง

นายกรณ์ชี้ชัดว่า “น้ำมัน” คือปัจจัยหลักที่ลากต้นทุนทั้งระบบให้สูงขึ้น ทั้งราคาสินค้าและค่าขนส่ง พร้อมวิจารณ์การทำงานของรัฐว่า “ผิดพลาดในหลายมิติ” ตั้งแต่การปล่อยให้เกิดการกักตุนน้ำมัน การไม่ควบคุมราคาที่พุ่งเกินจริง ไปจนถึงการปล่อยให้ค่าการกลั่นทะยานสูงผิดปกติ

“จากปกติควรอยู่ราว 2 บาทต่อลิตร แต่กลับพุ่งไปถึง 17–18 บาทต่อลิตร” นายกรณ์ระบุ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า กำไรส่วนเกินของโรงกลั่นในช่วงเพียง 2 เดือน ที่ประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท รัฐบาลมีแผนนำกลับมาช่วยประชาชนอย่างไร

ฝั่งรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงทันที โดยยืนยันว่าตัวเลขค่าการกลั่นที่ถูกหยิบยกมานั้น “ไม่ใช่ต้นทุนจริง” แต่เป็นเพียงค่าที่อ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์ หรือที่เรียกว่า “ค่าการกลั่นทิพย์”

นายเอกนิติอธิบายว่า ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง โรงกลั่นต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งค่าวอร์พรีเมียม ค่าประกัน และค่าขนส่ง ส่งผลให้โครงสร้างราคามีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาต้นทุนราคาน้ำมัน เพื่อปรับค่าการกลั่นให้สะท้อนต้นทุนจริง และเตรียมใช้กลไกตามกฎหมายดึง “ผลตอบแทนส่วนเกิน” กลับมาบรรเทาภาระประชาชน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเป็นผู้ดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงย้ำจุดยืนเลือกใช้ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นเครื่องมือหลักในการพยุงราคา เพื่อชะลอแรงกระแทกทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง ไม่ให้ภาระตกถึงประชาชนโดยตรง

นายเอกนิติ ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า การตัดสินใจด้านพลังงานต้องคำนึงถึง “สมดุล” ระหว่างการช่วยเหลือประชาชนกับเสถียรภาพทางการคลัง เนื่องจากรายได้จากภาษีสรรพสามิตยังเป็นเสาหลักของงบประมาณประเทศ หากเสียสมดุล อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้ทุกเครื่องมือที่มี เพื่อดูแลประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด