สว.เปรมศักดิ์ซัดแลนด์บริดจ์เดือดสงสัยรัฐบาลกำลังหาทางลงสั่งไอ้เสือถอยใช้เวทีวุฒิฯเป็นบันได

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายระหว่างการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาเรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ของคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา โดยแสดงจุดยืนชัดเจนให้รัฐบาล “ทบทวน” โครงการดังกล่าวอย่างจริงจัง

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า สิ่งที่ตนกังวลไม่ใช่เพียงตัวโครงการแลนด์บริดจ์ แต่คืออนาคตของประเทศ หากการพัฒนาเกิดขึ้นโดยขาดความรอบคอบ ไม่รับฟังเสียงประชาชน และมองผลกระทบระยะยาวไม่รอบด้าน สุดท้ายอาจกลายเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

นพ.เปรมศักดิ์ ย้อนอดีตไปถึงปี 2538 สมัยดำรงตำแหน่ง สส. ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยเคยผลักดัน “โครงการขุดคอคอดกระ” อย่างคึกคัก ถูกมองเป็นความหวังในการพลิกเศรษฐกิจประเทศ ถึงขั้นมีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง แม้เวลาผ่านไปหลายรัฐบาล

จากนั้นแนวคิดถูกเปลี่ยนเป็น “คลองไทย” ถึงขั้นมีการตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคคลองไทย” เพื่อผลักดันโดยเฉพาะ แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่สำเร็จ ก่อนที่วันนี้ประเทศไทยจะกลับมาอยู่กับโครงการ “แลนด์บริดจ์” อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ นพ.เปรมศักดิ์ รู้สึก “ผิดสังเกต” คือ รายงานของคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา กลับเสนอให้รัฐบาล “ทบทวน” โครงการ แทนที่จะสนับสนุนเต็มที่เหมือนที่หลายฝ่ายคาดไว้

“ตอนแรกผมคิดว่ารายงานของกรรมาธิการจะออกมาเชียร์ให้เดินหน้า เพราะดูเหมือนมีข้อมูลสนับสนุนจำนวนมาก แต่พอฟังคำชี้แจงและอ่านรายงาน กลับรู้สึกเหมือนรัฐบาลกำลังหาทางลง โดยใช้วุฒิสภาเป็นบันได” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

สว.เปรมศักดิ์ ยังเชื่อมโยงไปถึงกระแสคัดค้านในพื้นที่ภาคใต้ หลังเครือข่ายประชาชนปกป้องภาคใต้จากกฎหมาย SEC ออกมายื่นหนังสือคัดค้านที่จังหวัดกระบี่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมก่อนที่วุฒิสภาจะพิจารณารายงานฉบับนี้เพียงวันเดียว โดยมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลลงไปรับหนังสือด้วยตัวเอง จนทำให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลยังต้องการเดินหน้าโครงการนี้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ถูกพาดพิงว่ากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ระนองและชุมพร ซึ่งต่อมาผู้บริหารออกมาปฏิเสธ จนยิ่งทำให้มองว่าโครงการแลนด์บริดจ์กำลังส่งสัญญาณ “ถอย”

นพ.เปรมศักดิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบโครงการ จากเดิมที่มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดูแล ก่อนจะเปลี่ยนมาให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานศึกษาภายใน 90 วัน

“รองนายกฯ เอกนิติ กลายเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้าน รักษาได้ทุกโรค” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอย่างมีนัย

พร้อมกันนี้ ยังตั้งคำถามสำคัญว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่เคยปรากฏอยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เมษายนที่ผ่านมาแม้แต่บรรทัดเดียว แต่กลับถูกหยิบขึ้นมาเป็นวาระสำคัญในเวลาต่อมา จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นการดึงประเด็นใหม่มากลบกระแสราคาน้ำมันแพงหรือไม่

ช่วงท้ายของการอภิปราย นพ.เปรมศักดิ์ เรียกร้องให้รัฐบาล “ถอน” โครงการแลนด์บริดจ์ออกไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจบานปลาย พร้อมย้ำว่า งบประมาณระดับ “หลายแสนล้านบาท” ไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อย แต่คือภาษีของประชาชนและอนาคตของลูกหลานในประเทศ

“ผมไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ผมปฏิเสธการพัฒนาที่สุ่มเสี่ยงเกินไป” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว