‘สุชาติ’ เคลียร์ปมสะสมปืน 12 กระบอกย้ำมีสติ-ใช้ถูกวิธี พร้อมสนองนโยบายนายกฯ

เปิดใจ “สุชาติ” หลังถูกถามปมครอบครองปืน 12 กระบอก ยืนยันเป็นของสะสมในอดีต พร้อมเดินตามนโยบายคุมปืนของรัฐบาล ไม่หวั่นเรื่องความปลอดภัย ลั่น “เขาจะทำร้ายเรา ก็ถือเป็นความโชคร้าย”

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ท้องสนามหลวง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปรากฏว่ามี อาวุธปืนอยู่ในครอบครอง 12 กระบอก ท่ามกลางกระแสที่รัฐบาลเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและการพกพาให้เข้มงวดมากขึ้น

นายสุชาติ ชี้แจงว่า ปืนทั้ง 12 กระบอกเป็นของสะสมมาตั้งแต่อดีต ก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปรียบเหมือนผู้ชายบางคนที่ชื่นชอบสะสมพระเครื่อง โดยส่วนตัวมีความชื่นชอบเรื่องอาวุธปืนและเคยใช้ในด้านกีฬา เนื่องจากในอดีตเคยเป็นนักกีฬา

นายสุชาติกล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การมีอาวุธปืน แต่อยู่ที่ผู้ครอบครองต้องมีสติและใช้อย่างถูกวิธี พร้อมยืนยันว่า ในฐานะรัฐมนตรีพร้อมปฏิบัติและสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ หากรัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน

เมื่อถามว่า จะกำชับทีมงานอย่างไรเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายดังกล่าว นายสุชาติกล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่มีบุคคลในทีมงานพกพาอาวุธปืน มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามรักษาความปลอดภัย ซึ่งสามารถพกพาอาวุธได้ตามกฎหมาย ขณะที่ประชาชนทั่วไปไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณี ใบอนุญาต ป.12 นายสุชาติระบุว่า ไม่ได้มีการออกมาหลายรัฐบาลแล้ว และผู้ที่เคยได้รับใบอนุญาตก็หมดอายุไปแล้ว

เมื่อถามถึงแนวทางกำชับข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติกล่าวว่า ภายในกระทรวงมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้อาวุธในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งสามารถพกพาอาวุธปืนได้ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากภารกิจมีความเสี่ยงและอาจต้องเผชิญหน้าหรือปะทะกับกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ รวมถึงผู้บุกรุกพื้นที่ป่า ส่วนข้าราชการทั่วไปไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากรัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน จะทำให้รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางไปไหนมาไหนหรือไม่ นายสุชาติยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะตนไม่ได้ไปทำร้ายใคร และการทำงานที่ผ่านมาก็เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่

ก่อนทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำสั้น ๆ ว่า “เขาจะทำร้ายเรา ก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราไป แค่นั้นเอง”