หาดใหญ่ห้ามจม! นายกฯ ลงพื้นที่คลอง ร.1 สั่งทุกหน่วยเร่งเครื่องป้องกันน้ำท่วมก่อนฝนใหญ่ถล่มใต้

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่คลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของอำเภอหาดใหญ่ พร้อมรับฟังรายงานจากกรมชลประทานเกี่ยวกับความพร้อมของระบบระบายน้ำก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบจุดที่ได้รับความเสียหายของคลองและติดตามแผนการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ แต่สามารถเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งวางมาตรการป้องกันอุทกภัยล่วงหน้า ทั้งการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน การเตรียมงบประมาณ การจัดทำแผนเผชิญเหตุ การเตรียมศูนย์อพยพ รวมถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือให้พร้อม เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

“ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยเข้าไปแก้ไข เพราะความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปพบปะประชาชนที่วัดท่าช้าง พร้อมย้ำว่า อำเภอหาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ หากเกิดอุทกภัยรุนแรงจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อประชาชน ภาคการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนของพื้นที่ ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเสริมความแข็งแรงของคลองภูมินาถดำริและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภาคใต้

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงผลการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการว่า ไทยและมาเลเซียมีความเห็นตรงกันในการเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การค้า และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ชายแดนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้แก่ประชาชนในภาคใต้มากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนปลอดภัย อุ่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทุกหน่วยงานของรัฐกำลังร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อประชาชนทุกคน