‘อนุทิน’ เปิดศึกขบวนการนอมินีต่างชาติฮุบที่ดิน-วิลล่าหรู จ่อสาวถึงฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบหนึ่งในจุดเป้าหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกำลังเข้าตรวจค้น กรณีกลุ่มชาวต่างชาติลักลอบถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทวิลล่าหรู ผ่านเครือข่ายบริษัทนอมินี ในจ.สุราษฎร์ธานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน กรมการปกครอง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าปรับระบบราชการให้ลดความซ้ำซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักลงทุน ด้วยแนวทาง One Stop Service แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้มีการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเข้ามาครอบงำธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ของไทย

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังจับตาอย่างหนัก คือ ปัญหาการใช้ “นอมินี” อำพรางการถือครองธุรกิจของต่างชาติ แม้กฎหมายไทยกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่กลับพบพฤติกรรมตั้งบริษัทจำนวนมาก สลับหมุนเวียนผู้ถือหุ้นไทย เพื่อให้ดูเหมือนยังเป็นบริษัทไทย ทั้งที่อำนาจบริหารและการควบคุมทั้งหมดอยู่ในมือต่างชาติ

“สุดท้ายคนที่คุมบริษัทจริง ๆ คือชาวต่างชาติ เหมือนเอาฝรั่งมาใส่วิกสีดำ ภายนอกดูเป็นไทย แต่แก่นแท้ไม่ใช่ไทยแล้ว แบบนี้ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายชัดเจน” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของบางเครือข่ายที่มีบุคคลถือหุ้นและเป็นเจ้าของบริษัทมากกว่า 200 บริษัท ลักษณะคล้ายการ “ขายเปลือกบริษัท” ให้ต่างชาตินำไปใช้ครอบครองธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ในไทย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อขยายผลว่ามีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่

“ถ้าพบว่าเอาเงินผิดกฎหมายเข้ามาเปลี่ยนเป็นที่ดินหรือทรัพย์สินในประเทศไทย แล้วต่างชาติมีอำนาจเต็มเหนือทรัพย์สินเหล่านั้น รัฐบาลต้องสกัดให้ได้” นายอนุทิน กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต หลังมีรายงานว่ามีกลุ่มอันธพาลเรียกเก็บค่าคุ้มครองและค่าผ่านทางจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่า ได้สั่งการให้จัดระเบียบอย่างจริงจัง และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ยอมทนกับพฤติกรรมลักษณะนี้อีกต่อไป โดยเฉพาะหลังมีรายงานว่ามีการข่มขู่ถึงขั้นจะยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“เรื่องนี้ต้องจัดการให้เด็ดขาด ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ