
บรรยากาศที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เต็มไปด้วยความคึกคัก หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซิ่งรถพุ่มพวงเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมติดตามอย่างใกล้ชิด
ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่ภาพของนายกรัฐมนตรีสวมเสื้อกั๊กโครงการขับรถพา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซ้อนท้ายรถพุ่มพวงแบบสามล้อพ่วงข้าง วิ่งจากหน้าตึกสันติไมตรีขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อคิกออฟมาตรการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างเป็นทางการ

ทันทีที่รถจอด นายอนุทินยังสร้างสีสันด้วยการร้อง “เพลงจ้ำจี้” ไล่ชื่อผักผลไม้และสินค้าอุปโภคบริโภคบนรถพุ่มพวง ทั้งแตงไทย แตงกวา มังคุด มะนาว มะพร้าว ไปจนถึงมาม่า น้ำปลา และน้ำมันหอย เรียกเสียงหัวเราะและความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สินค้าที่นำมาจำหน่ายภายใต้โครงการนี้ มีราคาถูกกว่าท้องตลาดและห้างค้าปลีกทั่วไป โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการในการตรึงราคา เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า สินค้าทุกชิ้นยังคงคุณภาพมาตรฐานเหมือนเดิม แต่ราคาถูกลง เพราะทุกฝ่ายช่วยกันเต็มที่ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงของจำเป็นได้มากที่สุด” นายอนุทินกล่าว
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ที่ก่อนหน้านี้ได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายราคาพิเศษที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม โดยลดราคาสูงสุดถึง 58%

สำหรับ “รถพุ่มพวง” จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดไปยังชุมชนและหมู่บ้านห่างไกล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นใกล้บ้านมากขึ้น โดยแบ่งรูปแบบรถออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (S) รถสามล้อพ่วงข้าง (M) และรถกระบะ (L)
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงตามขนาดรถ โดยรถกระบะได้รับ 3,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อพ่วงข้าง 1,500 บาทต่อเดือน และรถจักรยานยนต์ 1,000 บาทต่อเดือน รวมถึงได้รับชุดสินค้าเริ่มต้นสำหรับทดลองตลาด

กระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า หลังเปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงระหว่างวันที่ 1-7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 10,397 ราย แบ่งเป็นรถกระบะ 3,539 ราย รถสามล้อพ่วงข้าง 4,535 ราย และรถจักรยานยนต์ 2,323 ราย
รัฐบาลคาดว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และครอบคลุมประชาชนกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
นายอนุทิน ยังเน้นย้ำให้ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโครงการได้อย่างทั่วถึง พร้อมบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ยังคงกดดันประชาชนในเวลานี้




