
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ม.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา นายไชยชนก ชิดชอบ นายธนกร วังบุญคงชนะ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัครสส.กทม. เขต 1 พรรคภูมิใจไทย โดยได้เดินเท้าหาเสียงตั้งแต่บริเวณตลาดพาหุรัด ตลาดสำเพ็ง สิ้นสุดที่ตลาดเยาวราช
นายอนุทิน เดินทางถึงตลาดสำเพ็ง มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพ พร้อมบอกว่า “เงียบมากเลย ช่วยสำเพ็งหน่อย” ก่อนที่นายอนุทิน จะเดินเข้ามาภายในตลาดสำเพ็ง ซึ่งบรรยากาศคึกคัก นายอนุทิน ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง สอบถามการค้าขาย รวมถึงได้ร่วมเซลฟี่กับพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้สอบถามแม่ค้าว่าอยากได้คนละครึ่งพลัสหรือไม่ แม่ค้าตอบว่า “อยากได้ แต่อย่างหนึ่งที่อยากให้ทำคือการปิดด่าน แม้ว่าจะมีลูกค้าเป็นกัมพูชา แต่ก็อยากให้รัฐบาลปิดด่านต่อไป” นายอนุทิน ตอบโดยยืนยันว่าก็ยังมีการปิดด่านอยู่ ซึ่งแม่ค้าถามต่อไปว่า “ขอเพิ่มเงินคนละครึ่งพลัสเพิ่มได้ไหม” นายอนุทิน ตอบว่า “ได้แน่นอน” และยังมีแม่ค้าเข้ามาติดสติกเกอร์รูปหัวใจที่เสื้อนายอนุทินด้วย
นอกจากนี้ พนักงานธนาคารซึ่งตั้งอยู่ภายในตลาดสำเพ็งได้เดินออกมาขอถ่ายรูปกับนายอนุทิน พร้อมบอกว่าเป็นคน จ.พัทลุง เลือกเบอร์ 37 โดยนายอนุทินได้พูดทักทายเป็นภาษาใต้ พร้อมบอกว่า “ฝากด้วยนะ” ขณะเดียวกันแม่ค้าร้านหนึ่งขอให้มีการจัดระเบียบสายไฟภายในตลาด และแก้ปัญหาทุนเทาที่มาเช่าตึกขายของในตลาด ทำให้กระทบพ่อค้าแม่ค้าเก่าซึ่งเป็นคนไทย ที่ผ่านมาพรรคการเมืองหาเสียง รับปากแล้วไม่ทำ แต่เห็นนโยบายพรรคนี้พูดแล้วทำก็อยากจะสนับสนุน แต่ขอให้พูดแล้วทำตามสโลแกน จากนั้น นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรค และผู้สมัคร สส. ได้หยุดพักนั่งรับประทานก๋วยจั๊บที่ร้านเก่าแก่ย่านเยาวราช

จากนั้น นายอนุทิน เดินทักทาย พบปะพูดคุยถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ แวะถ่ายภาพร่วมกันประชาชนตลอดทาง โดยพบกับ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรค รวมถึงทีมงาน เดินหาเสียงอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม เมื่อนายอนุทินเห็น จึงตะโกนเรียกว่า “พี่เอ้ๆ” ทำให้นายสุชัชวีร์ หันมายิ้มพร้อมกับโบกมือทักทาย ก่อนพาคณะเดินข้ามถนนมาหานายอนุทิน
จากนั้นนายอนุทินและนายสุชัชวีร์สวมกอดกัน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจ โดยนายสุชัชวีร์ บอกว่าขอให้นายอนุทินโชคดี ขณะที่นายอนุทินบอกว่า “ขอให้ได้ไปเจอกันในสภาฯ” ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะจับมือกันชูขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ก่อนแยกย้ายกันไปเดินหาเสียงต่อ โดยนายอนุทินและทีมพรรคภูมิใจไทยเดินทางไปยังวัดสัมพันธวงศ์ เข้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ โดยได้พรมน้ำมนต์ให้กับนายอนุทินและคณะด้วย

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง ว่า ส่วนใหญ่ให้การตอบรับดี และมีการบ่นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีไม่มาก อยากจะให้โปรโมตเรื่องการท่องเที่ยวเยอะๆ จะได้ขายของได้ และอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นและมีโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมาจับจ่ายใช้สอย เพราะของในสำเพ็งเป็นของเล็กๆ น้อยๆ เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันและราคาไม่สูง เขาจึงอยากให้ดูแลเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็บอกว่าโอเค โครงการคนละครึ่งพลัสคงช่วยได้เยอะ และเราจะมีเฟส 2 ออกมาทันทีหากเราได้กลับมาเป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า มีแม่ค้าบอกว่าช่วงนี้เศรษฐกิจสำเพ็งจะตายแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า การขายของแบบนี้เขาก็อยู่ได้จากจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาซื้อของในสำเพ็ง ซื้อของที่หลากหลาย ซื้อได้ทั้งวันและราคาก็ไม่แพง หากมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นก็จะขายของได้มากขึ้น

เมื่อถามว่า มีแม่ค้าสะท้อนถึงเรื่องสายไฟอยากให้ลงดิน นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายของตนสมัยที่รับผิดชอบกระทรวงมหาดไทย เราได้ให้นโยบายกับการไฟฟ้านครหลวงชัดเจนว่า ในเขตเศรษฐกิจเขตท่องเที่ยว เราต้องเอาสายไฟที่เป็นสาธารณูปโภคลงดิน ซึ่งเราก็ขยายเขตการดำเนินการมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคนที่หาเสียงก็บอกว่าจะเอาสายไฟฟ้าลงดิน แต่ก็ไม่เอาลงสักที เราก็เข้าใจเพราะคนที่มาบอกเขาก็ไม่ได้คุมการไฟฟ้า นี่คือสิ่งที่ตนมั่นใจว่ามีมากกว่าคนอื่นๆ ตนไม่คิดหรอกว่าใครจะเสนออะไรที่เป็นสิ่งที่ดีแล้วกลัวว่าเขาได้คะแนนไป ถ้าสิ่งที่เขาเสนอมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ลดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยส่วนรวม ตนโอเคหมด
เมื่อถามว่า ถ้ารอบหน้าได้เข้ามาจะมีโครงการสายไฟลงดินพลัสหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนทำมาอยู่แล้วสายไฟที่ลงดินไปเช็กดูได้ เรื่องเอาสายไฟลงดินในเขตกรุงเทพฯเป็นสิ่งที่ตนทำมาตลอดตั้งแต่สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.มหาดไทย ถือเป็นภารกิจและเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะต้องนำมาหาเสียง ไม่ใช่หยิบอะไรนิดอะไรหน่อยแล้วมาหาเสียง เข้ามาทำดีกว่า บางอย่างก็พูดแล้วทำ บางอย่างทำแล้วก็ไม่ต้องพูดชาวบ้านเขารู้เอง

