
มท.3 “วรศิษฎ์” บินด่วนตรวจศูนย์ IOC และสถานีสูบน้ำภูเก็ต สั่งคุมเข้มรับมือน้ำท่วมเศรษฐกิจ พร้อมระดมเรือผลักดันน้ำสู้ภัยพิบัติเต็มพิกัด
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการคาดการณ์สภาวะอากาศและการบริหารจัดการรับมือสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (Intelligent Operation Center หรือ IOC) ศูนย์ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกภาคส่วน โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรนครภูเก็ต ร่วมต้อนรับและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


จากนั้น นายวรศิษฎ์ และคณะ ได้ลุยลงพื้นที่ตรวจความพร้อม ณ สถานีสูบน้ำคลองบางใหญ่ (PS1) ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี และสถานีสูบน้ำตะกั่วป่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรับน้ำจากทั่วเมืองภูเก็ต ป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและย่านเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมทั้งรับมือภาวะน้ำทะเลหนุนสูงและผลักดันน้ำออกสู่ทะเลอย่างเร่งด่วน

นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่วันนี้ทำให้เห็นถึงความพร้อมของท้องถิ่น แต่ทาง นายกเทศมนตรนครภูเก็ต ได้ขอรับการสนับสนุนการเพิ่มประตูระบายน้ำในเขตเทศบาลเพิ่มเติม ซึ่งในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตนำเรื่องดังกล่าวเสนอส่วนกลางเพื่อเร่งผลักดันทันที

“ภาพรวมของภูเก็ตและเทศบาลนครภูเก็ต เรามีแผนรับมือที่รัดกุม ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร และกำลังพลในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการเตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง ในส่วนของส่วนกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ รถยกสูง และรถสุขาเคลื่อนที่ทันทีที่ได้รับการร้องขอ พร้อมประสานกระทรวงคมนาคมและกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกองทัพเรือที่จัดเตรียมเรือผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด” นายวรศิษฎ์ ระบุ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวย้ำถึงมาตรการเยียวยาหลังเกิดภัยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นด่านหน้าในการสำรวจความเสียหายแบบ Manual ควบคู่กับการแจ้งผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ โดยเน้นย้ำนโยบายเด็ดขาดว่าต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด ตัดขั้นตอนเอกสารที่ไม่จำเป็นออก และส่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้เร็วและง่ายที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว



