
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน พร้อมคณะ ได้รับหนังสือจาก นางสาวสุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการมูลนิธิพนักงานบริการ (SWING) ในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมาย ร่วมกับตัวแทนพนักงานบริการ (Sex Worker) มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ (For SOGI) และบางกอกไพรด์ (Bangkok Pride)
ตัวแทนเครือข่าย ระบุว่า กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่บังคับใช้มานานเกือบ 30 ปี ไม่เพียงล้าหลังและไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สร้างการตีตราและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ประกอบอาชีพบริการ อีกทั้งยังเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเพียงหาเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัว

เครือข่ายยังชี้ว่า แม้พนักงานบริการจะเป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจบันเทิงและการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้ประเทศ แต่กลับไม่เคยได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิแรงงาน สวัสดิการ หรือการดูแลจากภาครัฐอย่างเป็นธรรมตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
สำหรับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เคยถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 แต่ต้องหยุดชะงักลงหลังมีการยุบสภา ส่งผลให้กระบวนการทั้งหมดสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนต้องกลับมายื่นเรื่องอีกครั้ง เพื่อยืนยันเจตนารมณ์และผลักดันให้ร่างกฎหมายได้รับการพิจารณาใหม่

ด้านนายเอกราช อุดมอำนวย กล่าวว่า ประเด็นการยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ได้รับการศึกษาและผลักดันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 จนถึงชุดที่ 26 โดยมีภาคประชาสังคมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน
นายเอกราชยืนยันว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของพรรคประชาชนที่ต้องการยกเลิกกฎหมายล้าสมัย ซึ่งไม่ตอบโจทย์บริบทสังคมยุคใหม่ พร้อมย้ำว่าพรรคมีจุดยืนตรงกับหลักการของร่างกฎหมายภาคประชาชน และพร้อมสนับสนุนการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

“พรรคประชาชนเข้าใจอย่างแท้จริงในหลักการที่ว่า Sex Work is Work และพร้อมยืนหยัดสนับสนุนสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นธรรมของผู้ทำงานในภาคส่วนนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายเอกราชกล่าว
