
รมว.ยุติธรรมปฏิเสธการเมืองแทรกโยกอธิบดีดีเอสไอ ยืนยัน “ยุทธนา” ได้เลื่อนขึ้นซี 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ส่วน “ปิยะ” มีประสบการณ์และได้รับการพิจารณาตามความเหมาะสม
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอคนใหม่ แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเชื่อมโยงกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือฮั้ว สว.
พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดย พ.ต.ต.ยุทธนา ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ระดับซี 11 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น เทียบเท่าระดับปลัดกระทรวง และเท่าที่ทราบ ตำแหน่งลักษณะดังกล่าวมีอยู่ในประเทศไทยเพียงประมาณ 25–30 คน ก่อนจะไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล
“นี่ไม่ใช่การลดชั้นหรือเด้งพ้นตำแหน่ง แต่เป็นการเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า” รมว.ยุติธรรมกล่าว พร้อมระบุว่า หากย้อนดูอธิบดีดีเอสไอทั้ง 15 คนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะดำรงตำแหน่งประมาณ 1–2 ปี ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา อยู่ในตำแหน่งมาแล้วประมาณ 1 ปี 8 เดือน จึงถือเป็นการโยกย้ายตามขั้นตอนปกติ
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า “ไม่เกี่ยว” เพราะทุกหน่วยงานยังคงดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย แม้ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสองช่วงเวลารวมประมาณ 1 ปี ก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงหรือโยกย้ายบุคลากรด้วยเหตุผลทางคดี
ส่วนข้อสังเกตกรณีเคยปรากฏภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังมีมติเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การไหว้เป็นเรื่องหนึ่ง แต่กระบวนการแต่งตั้งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงยุติธรรมที่จะต้องพิจารณาบุคคลตามความเหมาะสม

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวอีกว่า บุคลากรระดับสูงที่เคยทำงานในดีเอสไอและมีประสบการณ์ตรงมีอยู่ 2 คน ได้แก่ ร.ต.อ.ปิยะ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยการแต่งตั้งระดับซี 10 เป็นอำนาจพิจารณาของปลัดกระทรวง ส่วนตำแหน่งซี 11 เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี
สำหรับกระแสกล่าวหาว่าเป็นการ “ล้างบางขั้วเดิม” ภายในดีเอสไอ รมว.ยุติธรรมปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พร้อมชี้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมต้องพิจารณาจากข้อมูลและผลงานย้อนหลัง 2 ปี โดยผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไปต้องนำเสนอผลงานประกอบการพิจารณา
“ยืนยันว่าไม่ใช่การตอบแทนจากคดีฮั้ว สว. แต่เป็นการพิจารณาตามความเหมาะสม ร.ต.อ.ปิยะเคยทำงานในดีเอสไอมาก่อน และมีประสบการณ์ตรงในงานด้านนี้” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว
