
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า จ.กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเปิดเผยถึงกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อบทบาทของวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” และอาจส่งผลต่อความเป็นกลางของผู้ได้รับการคัดเลือก
นายนครินทร์ย้ำชัดว่า “ที่มา” และ “ความเป็นอิสระ” เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง พร้อมระบุว่า แม้จะมาจากสายอาชีพใด โดยเฉพาะสายวิชาการอย่างตนเอง ความเป็นอิสระทางความคิดยังคงอยู่ และไม่ควรถูกลดทอนด้วยกระบวนการสรรหา

นายนครินทร์ ยอมรับว่ากระแสความไม่ไว้วางใจต่อ สว. เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม แต่กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งเมื่อเริ่มใช้งานจริง จึงทำให้เห็นข้อจำกัดและปัญหาที่ซ่อนอยู่ เปรียบเปรยว่า “เหมือนซื้อบ้าน ต้องเข้าไปอยู่ก่อนจึงจะรู้ปัญหา”

ด้าน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนความรู้สึกส่วนตัวถึงแรงกดดันและคำครหาที่ต้องเผชิญ โดยยกตัวอย่างกรณีของตนเองซึ่งไม่ได้มาจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน แต่ผ่านการคัดเลือกจากกระบวนการในอดีต ซึ่งภายในศาลมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันตลอด แต่เสียงวิจารณ์จากภายนอกกลับรุนแรงถึงขั้นตีตราว่าผู้ที่ผ่านกระบวนการสรรหาเป็น “ผลไม้พิษ” ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจมาโดยตลอด
“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า หลังผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว จะต้องผ่าน สว. กระบวนการนั้นมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ถึงขั้นให้ สว. ประสานไปยัง สส. ทุกคน เพื่อสอบถามข้อทักท้วงหรือประวัติ แต่สุดท้ายก็ไม่พบข้อร้องเรียนใด ๆ” นายอุดมกล่าว
ตุลาการศาลรัธรรมนูญ ย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ไม่เคยมีอคติในการทำหน้าที่ และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่สาธารณะ
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง “รอยร้าวแห่งความเชื่อมั่น” ต่อกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ซึ่งแม้จะเป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังคงถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความเป็นกลางอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่ยังไม่คลี่คลาย
