เปิดโปงโกงสอบ อปท.คะแนนเพี้ยน 5,814 รายส่อเพิกถอนบรรจุกว่า 5 พันตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังการประชุม นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบราชการและประชาชน โดยในวันเดียวกันได้มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งตนเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง หลังจากพบว่าผู้ที่เคยได้รับมอบหมายให้ติดตามเรื่องดังกล่าวบางรายกลับมีรายชื่อต้องถูกสอบสวนด้วย

ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า จากการตรวจสอบผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว 3 รอบ จำนวน 15,520 คน พบว่ามีผู้มารายงานตัวเข้ารับตำแหน่ง 14,988 คน ขณะที่อีก 520 คนไม่มารายงานตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำคะแนนของผู้ที่มารายงานตัวไปตรวจสอบกับคะแนนดิบในกระดาษคำตอบซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟ กลับพบความผิดปกติครั้งใหญ่ โดยมีผู้สอบที่คะแนนไม่ตรงกับกระดาษคำตอบถึง 5,814 คน

จากการจำแนกข้อมูลพบว่า กลุ่มแรก จำนวน 3,621 คน เป็นผู้ที่เดิมมีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์สอบผ่าน แต่คะแนนถูกปรับเพิ่มจนสามารถสอบผ่านและเข้าสู่กระบวนการบรรจุได้ ส่วนกลุ่มที่สอง จำนวน 1,713 คน เป็นผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่คะแนนถูกปรับเพิ่มขึ้นจนอยู่ในลำดับต้น ๆ ของบัญชีผู้สอบได้ ตามข้อสันนิษฐานของคณะกรรมการ

ขณะที่กลุ่มสุดท้าย จำนวน 480 คน เป็นกลุ่มที่มีคะแนนคลาดเคลื่อนเพียง 1 คะแนน หรือเกิดจากปัญหาการสแกนกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน ซึ่งจะต้องตรวจสอบกับกระดาษคำตอบที่สำนักงาน ป.ป.ช. อายัดไว้ เพื่อให้ได้ข้อยุติอย่างชัดเจน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับคณะกรรมการ กสถ. เป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดความผิดพลาดในระดับนี้ จึงมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องผู้มีคะแนนผิดปกติทั้ง 5,814 ราย ไปยังคณะกรรมการผู้มีอำนาจทั้ง 3 ก. ได้แก่ คณะกรรมการพนักงานส่วนจังหวัด คณะกรรมการพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อถูกถามว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ใช้อำนาจสั่งยกเลิกการบรรจุด้วยตนเอง นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่มีผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นองค์ประกอบ ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีเพียงฝ่ายเดียว

สำหรับแนวทางดำเนินการหากต้องเพิกถอนการบรรจุผู้มีคะแนนผิดปกติกว่า 5,000 ราย นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า จะต้องมีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมด และนำผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ตัวจริงเข้ามาบรรจุแทน โดยขณะนี้กระดาษคำตอบและเอกสารสำคัญทั้งหมดอยู่ในการดูแลของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ประสานขอข้อมูลแล้ว

เมื่อถามว่า หากมีการเพิกถอนการบรรจุจะกระทบต่อการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ยอมรับว่า ตำแหน่งงานจำนวนมากอาจกลับมาว่างลงทันที เพราะผู้ที่ได้รับการบรรจุได้เข้าปฏิบัติงานไปแล้ว แต่ได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ?”

ส่วนกรณีการเลื่อนบัญชีผู้สอบได้ในลำดับถัดไปเข้ามาทดแทนนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ นายอรรษิษฐ์ ยังแสดงความมั่นใจว่า การประชุมคณะกรรมการกลางในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะมีมติยืนตามแนวทางของคณะกรรมการ กสถ. เพื่อเดินหน้าจัดการปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ให้ถึงที่สุด