โฆษกรัฐบาลเปิดงานวันแรกฝากถึงม็อบอย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

โฆษกรัฐบาลคนใหม่ประกาศพร้อมฟังทุกความอัดอั้นของประชาชน ฝากฝ่ายการเมืองคิดให้หนัก ก่อนนำมวลชนลงถนน ย้ำอดีตมีทั้งคนตาย เจ็บ ติดคุก “ประชาชนเสียสละมามากพอแล้ว”

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

นายเอกภพ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกของการเข้าทำงานที่สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มตัว พร้อมฝากเนื้อฝากตัวกับสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามการทำงานของรัฐบาล โดยได้เตรียมแนวทางการทำงานไว้ล่วงหน้า และพร้อมเดินหน้าทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดเคลื่อนไหวภายใต้แนวคิด “ทวงคืนประเทศไทย” นายเอกภพ กล่าวว่า การชุมนุมถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นสิทธิโดยชอบ หากดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยรัฐบาลและทีมโฆษกพร้อมรับฟังทั้งความอัดอั้น ความไม่สบายใจ ข้อมูล และข้อเสนอที่ประชาชนต้องการสะท้อนมายังรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม หากการเคลื่อนไหวใดมีเป้าหมายทางการเมืองหรือมุ่งหวังผลทางการเมือง นายเอกภพขอให้ประชาชนพิจารณาอย่างรอบคอบว่า สุดท้ายแล้วประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเคลื่อนไหวนั้น เพราะไม่อยากเห็นประชาชนถูกนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างคะแนนหรือผลประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองใด

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า บทเรียนจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต มีประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง จนนำไปสู่การเสียชีวิต บาดเจ็บ ถูกดำเนินคดี และบางรายต้องเข้าเรือนจำ จึงอยากให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองตระหนักว่า ประชาชนได้เสียสละมามากพอแล้ว

“หากคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองสามารถพูดคุยกันในระบบ ในสภา หรือช่องทางที่มีจุดหมายและมีกติกา น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศชาติ” นายเอกภพ กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งสถานการณ์สงคราม ความผันผวนทางการค้า รวมถึงภัยพิบัติ จึงอยากเชิญชวนทุกฝ่ายลดความขัดแย้ง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง