
ไทย–ออสเตรเลียเปิดบทใหม่ความสัมพันธ์ เดินหน้าความมั่นคง เศรษฐกิจ นวัตกรรม และความสัมพันธ์ประชาชน “แอลบาเนซี” ตอบรับคำเชิญเยือนไทยปีหน้า รับวาระ 75 ปีสัมพันธ์สองชาติ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ณ อาคารรัฐสภาออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือเต็มคณะ เดินหน้ายกระดับ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลีย” ให้แน่นแฟ้นและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองประเทศเข้าร่วม โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่ฝ่ายออสเตรเลียมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านมหาดไทย ต่างประเทศ กลาโหม วิทยาศาสตร์ การค้าและการท่องเที่ยว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานเข้าร่วม
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวว่า นายกรัฐมนตรีไทยย้ำความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้ใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือความท้าทายร่วมกันและสร้างประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายอนุทินระบุว่า การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นก่อนที่ไทยและออสเตรเลียจะร่วมฉลองครบรอบ 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ไทยและออสเตรเลียยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ตั้งแต่ปี 2563 โดยการหารือครั้งล่าสุดได้วางแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายตกลงเพิ่มความร่วมมือรับมือภัยคุกคามทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังทวีความซับซ้อน ส่วนด้านเศรษฐกิจจะเร่งขยายการค้าและการลงทุนสองทาง ผลักดันอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก
ด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน ทั้งสองประเทศจะต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมชุมชนไทยที่มีบทบาทสำคัญในสังคมออสเตรเลีย ขณะที่ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย
ขณะเดียวกัน ไทยและออสเตรเลียจะประสานความร่วมมือผ่านอาเซียน ACMECS หุ้นส่วนแม่โขง–ออสเตรเลีย และกรอบพหุภาคีอื่น ๆ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีไทยได้ขอบคุณออสเตรเลียที่สนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ของไทยอย่างต่อเนื่อง

ไฮไลต์สำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการจัดทำเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ เพื่อเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ฉบับแรกคือ “แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ” (Joint Statement on Transnational Crime) มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระดับโลก
ฉบับที่สองคือ “แถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ” (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) มุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย หรือ TAFTA ให้เต็มศักยภาพ เร่งขยายการค้าและการลงทุนในสาขาสำคัญ สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎกติกาเป็นพื้นฐาน และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญด้านความมั่นคง คือข้อเสนอของออสเตรเลียให้จัดการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมไทย–ออสเตรเลียทุก 2 ปี หรือ Biennial Defence Ministers’ Meeting เพื่อเพิ่มระดับความร่วมมือด้านกลาโหม สนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก โดยกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศจะเร่งประสานงานเพื่อผลักดันกลไกดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
นายกรัฐมนตรีไทย ย้ำว่า หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จะเป็นรากฐานสำคัญในการเปิดโอกาสใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง นวัตกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมขอบคุณรัฐบาลและประชาชนออสเตรเลียสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด ขณะที่นายกรัฐมนตรีแอลบาเนซีแสดงความพร้อมขยายความร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและด้านเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีไทยนำคณะภาคเอกชนร่วมเดินทางเยือนในครั้งนี้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ ตอบรับคำเชิญเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีหน้า ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลีย สะท้อนการเดินหน้าความสัมพันธ์ของสองประเทศเข้าสู่บทใหม่ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
