
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก นำคณะลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมงานด้านกำลังพล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความผูกพันระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ที กองพลรบพิเศษที่ 1 จังหวัดลพบุรี พล.ต.เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 ให้การต้อนรับ ก่อนพาคณะเข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ถึงบ้านพักภายในค่าย เพื่อให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
หนึ่งในนั้นคือ ร้อยโทเกียรติวงศ์ สถาวร หรือ “หมวดบุ๊ค” สังกัด กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2 ผู้สูญเสียขาขวาจากภารกิจเจาะทำลายสนามทุ่นระเบิดบริเวณเนิน 350 ปราสาทตาควาย อีกทั้ง จ่าสิบเอกสำราญ สมานทอง จากกองพันปฏิบัติการพิเศษ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิด และยังต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง รวมถึง สิบเอกต้าน สีใส กองร้อยจู่โจม กองพันจู่โจม ซึ่งบาดเจ็บดวงตาจากสะเก็ดระเบิดระหว่างปฏิบัติการยึดคืนภูมะเขือ

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกได้พูดคุยกับครอบครัวแต่ละนายอย่างละเอียด ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ การรักษาพยาบาล และแนวทางสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่า กองทัพบกจะดูแลกำลังพลทุพพลภาพและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ช่วงรักษาตัว แต่รวมถึงเส้นทางชีวิตหลังจากนี้
คณะยังได้เข้าพบครอบครัวของ พล.ต.ดำรงค์เกียรติ แก้วกระจ่าง สังกัดกองพันจู่โจม ซึ่งเสียชีวิตขณะนำรถถังยิงสนับสนุนการเข้าตี บริเวณสมรภูมิเนิน 500 ท่ามกลางเสียงปะทะที่ดุเดือด การพบปะครั้งนี้เต็มไปด้วยความอาลัย พร้อมคำยืนยันจากผู้บังคับบัญชาว่า สิทธิและการช่วยเหลือระยะยาวจะถูกผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ครอบครัวก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

ช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยัง กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พล.ต.พิทยากูล โพธิสุวรรณ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ให้การต้อนรับ ก่อนเข้าเยี่ยมกำลังพลสังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รวม 4 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะบริเวณบ้านหนองจาน
ร้อยโทฤขิต สุราวงศ์ ถูกสะเก็ด RPG บริเวณคางและแขนซ้าย ขณะที่ จ่าสิบโทพรมมินทร์ ชะอุ่มฤทธิ์ บาดเจ็บขาซ้ายจากอาวุธ ค. ของฝ่ายตรงข้าม ส่วน พลทหารธนากร ทนดี และ พลทหารกฤษฎา เชือกรัมย์ ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธชนิดเดียวกัน ขณะนี้ทั้งหมดอยู่ระหว่างพักฟื้นภายใต้การดูแลของแพทย์ทหารอย่างใกล้ชิด


อีกหนึ่งครอบครัวที่คณะเข้าเยี่ยมคือ ครอบครัวของ จ่าสิบเอกอรรถสิทธิ์ จันทรคุปต์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ความไม่สงบ และมีบุตรพิการทุพพลภาพ โดยกองทัพบกได้ผลักดันการช่วยเหลือตามโครงการมาตรา 35 พร้อมมอบหมายให้หน่วยต้นสังกัดดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ต้องกังวลต่อภาระทางบ้าน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจเยี่ยมตามวาระ แต่เป็นภาพสะท้อนชัดเจนถึงพันธสัญญาระหว่างกองทัพกับกำลังพลว่า “ชีวิตของผู้ปฏิบัติหน้าที่และครอบครัวคือความรับผิดชอบขององค์กร” ไม่ว่าจะในวันที่ยืนหยัดในสนามรบ หรือวันที่ต้องลุกขึ้นใหม่พร้อมบาดแผล กองทัพบกยืนยันจะเดินเคียงข้างอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง


