
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยจัดเวทีปราศรัยเมื่อเวลา 16.00 น. ณ ลานบึงพระราม ตรงข้ามโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมให้กำลังใจอย่างหนาแน่น
สำหรับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชนส่งผู้สมัครครบทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ หมายเลข 3, เขต 2 นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง หมายเลข 3, เขต 3 นายวีระยุทธ ใยวังหน้า หมายเลข 4, เขต 4 นางเพ็ญศิริรักษ์ ปลื้มสุข หมายเลข 2 และเขต 5 นางภิญญาพัชญ์ ภิญเดช เสน่ห์สังคม หมายเลข 4

นายณัฐพงษ์กล่าวขอบคุณประชาชนที่ออกมาให้กำลังใจ พร้อมย้ำว่าการเดินทางของการเมืองภาคประชาชนกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนในวันนี้ พร้อมชี้ว่านี่คือ “โอกาสที่ดีที่สุด” ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะไม่มีเสียงสมาชิกวุฒิสภามาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า หากพรรคได้รับความไว้วางใจ จะเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส ปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และยุติระบบเลือกตั้งที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริต พร้อมผลักดันระบบงบประมาณที่ตรวจสอบได้ โดยยกตัวอย่างกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำอีก

นายณัฐพงษ์ยังย้อนถึงการเลือกตั้งปี 2566 โดยขอบคุณชาวอยุธยาที่มอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนจนสามารถคว้าที่นั่ง สส. ได้ 2 เขต และชนะคะแนนบัญชีรายชื่อเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมย้ำว่าพรรคไม่เคยถอย และการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องการให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนการเมืองแบบเดิมไปสู่การเมืองแบบใหม่ และร่วมกันตั้งรัฐบาลของประชาชน
พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ได้แสดงความกังวลต่อปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีความผิดพลาดหลายประการ ทั้งกรณีแผ่นพับแนะนำผู้สมัครของพรรคประชาชนหายไปในหลายพื้นที่ และการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนว่าผู้สมัครถูกตัดสิทธิ ทั้งที่ยังมีสิทธิ์ลงสมัครอยู่

หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มอำนาจเดิมกำลังหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันว่าพรรคไม่ได้ต้องการล้มล้างสิ่งดีงามของประเทศ แต่ยืนอยู่ตรงข้ามกับการเมืองสีเทา นักการเมืองทุจริต และองค์กรอิสระที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
“ความรักชาติ วัดได้จากว่าเรารักประชาชนมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการกระทำ” นายณัฐพงษ์กล่าว พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวอยุธยาให้เลือกผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อให้ได้ สส. ครบทั้ง 5 เขต และส่งเสียงจากอยุธยาไปขานชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย

ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ย้ำว่า ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม ต้องไม่เทา ต้องเท่าเทียม และต้องเท่าทันโลก พร้อมให้คำมั่นว่าจะกลับมาพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ดีกว่าเดิม หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน


