มหาดไทยมอบรางวัล ‘จังหวัดสะอาด’ ประจำปี 2569 ชูภูเก็ตโมเดลคัดแยกขยะต้นทางอย่างยั่งยืน

กระทรวงมหาดไทยเดินหน้าสะสางปัญหาขยะ จัดพิธีมอบรางวัล “จังหวัดสะอาด” ปี 69 ด้าน “วรศิษฎ์” ชื่นชมพลัง อถล. พร้อมย้ำความร่วมมือคือหัวใจแก้ขยะยั่งยืน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายปิยะ ปิจนำ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย และผู้เข้าร่วมพิธีตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของกระทรวงมหาดไทยและทุกจังหวัดในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากปัญหาขยะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง มุ่งเน้นการนำทรัพยากรกลับคืนมาใช้ใหม่ทั้งในรูปวัสดุรีไซเคิลและพลังงาน เพื่อลดปริมาณขยะปลายทางให้น้อยที่สุด

สำหรับการจัดงานในปีนี้มีความพิเศษ โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดประกวดค้นหา “จังหวัดสะอาด” ดีเด่น เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงการนำนวัตกรรมและระบบอิเล็กทรอนิกส์มาสนับสนุนการทำงาน พร้อมกันนี้ รมช.มหาดไทย ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจ “อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก” (อถล.) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานในระดับครัวเรือนและชุมชน

ทั้งนี้ นายวรศิษฎ์ ได้หยิบยกสถานการณ์ในเขตเศรษฐกิจสำคัญอย่างจังหวัดภูเก็ตขึ้นมาสะท้อนภาพวิกฤต โดยระบุว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีปริมาณขยะเข้าสู่ระบบเฉลี่ยสูงถึงวันละ 1,200 ตัน แต่โรงกำจัดสามารถนำไปเผาผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงวันละ 700 ตัน ทำให้มีขยะส่วนเกินตกค้างและต้องฝังกลบถึงวันละ 500 ตัน ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขาติดทะเล ทำให้การหาพื้นที่ทำบ่อฝังกลบเพิ่มเติมเป็นไปได้ยากยิ่ง ซึ่งปริมาณขยะหลักเกือบครึ่งหนึ่งมาจากเศษอาหาร หากทุกฝ่ายร่วมมือกันคัดแยกขยะเศษอาหารตั้งแต่ต้นทางไม่ให้เล็ดลอดเข้าสู่ระบบกำจัด ปัญหาขยะล้นเมืองจะหมดไปทันที

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ “จังหวัดสะอาด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ผ่านกลไกความร่วมมือทุกระดับตั้งแต่วันเพ็ญระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น จนถึงหมู่บ้าน โดยในปี 2569 มีการพิจารณาตัดสินรางวัลรวมทั้งสิ้น 31 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” 11 รางวัล, รางวัลอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกดีเด่นแห่งชาติ 15 รางวัล และรางวัล “Carbon Credit Award” จากโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อน อีก 5 รางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน