นายกฯเรียกทัพความมั่นคงถกด่วนรับมือเหตุปะทะเดือดชายแดนไทย–กัมพูชาลุกเป็นไฟ

เมื่อเข้าวันที่ 8 ธ.ค. สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งสื่อมวลชนปรับแผน การเดินทางลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยในเวลา 07.30 น. ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พร้อมคณะออกไปก่อน เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชาบริเวณภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อนเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ต้องยกระดับการเตรียมพร้อมในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเวลา 09.00 น.นายกฯ เรียกประชุมหารือหน่วยงานความมั่นคง ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

ต่อมาเวลา 08.40 น. นายอนุทิน ได้เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง เพื่อหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พล.อ.ณัฐพล, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อุกกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวสั้นๆ ก่อนประชุมว่า ได้สั่งการให้ดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ในการดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัย และยังให้ดูแลเรื่องการจราจร ขณะที่ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) ได้สั่งให้สนับสนุนกำลังในพื้นที่ส่วนหน้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการตามปกติอยู่แล้ว การอพยพคนยังเหลือเพียงบางส่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ สำหรับพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ได้มีการเตรียมการมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่การส่งชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) เพื่อไปเป็นหน่วยสนับสนุน ซึ่งขณะนี้รอรับฟังคำสั่งทางทหาร รวมถึงพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2