
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารกรมบังคับคดี ถนนบางขุนนนท์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีน หรือ “จีนเทา” ซึ่งเป็นคดีที่สังคมจับตาว่า ตนได้ประชุมร่วมกับนายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงประสานข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อเดินหน้าทั้งมิติทางวินัยและคดีอาญา
ผลสอบเบื้องต้นพบพฤติการณ์กระทำผิดวินัยร้ายแรงอย่างชัดเจน จนต้อง มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพิ่มอีก 4 นาย ได้แก่ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าที่อีก 3 รายที่รับรู้การทำผิดแต่ไม่ดำเนินการตามระเบียบ โดยทั้ง 4 รายอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ 20 คนที่ถูกย้ายออกไปประจำเรือนจำต่างจังหวัดก่อนหน้านี้
ด้านข้อมูลพยานหลักฐาน คณะทำงานพบความเชื่อมโยงจากคำให้การและเอกสารหลายส่วน เพียงพอที่จะยืนยันความผิดในชั้นวินัยร้ายแรงได้ จึงเตรียมรวบรวมข้อมูลส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ต่อไป
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลืออีก 14 นาย ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน เพราะบางรายอาจตกอยู่ในสภาวะจำยอมจากคำสั่งผู้บังคับบัญชา ขณะที่มีเจ้าหน้าที่บางคนส่ง “จดหมายน้อย” แจ้งเบาะแสทันทีตั้งแต่รัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจครั้งแรก รมว.ยุติธรรมย้ำว่า “ใครผิดก็ต้องดำเนินการตามผิด” แต่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความผิดเพียงเล็กน้อย
สำหรับ การตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้อำนวยการเรือนจำฯ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง DSI ได้ขยายผลไปหลายชั้น รวมถึงกลุ่มเครือญาติ ซึ่งความคืบหน้าถือว่าไปไกลแล้ว แต่รายละเอียดในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบกรณีข่าวลือ “นางแบบจีน 2 คน รับค่าจ้าง 5 แสนบาท” ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยจะมีการขยายผลต่อ
ด้านกระแสภาพถ่ายครอบครัว “ชินวัตร” หลังการเยี่ยมญาติใกล้ชิดในเรือนจำกลางคลองเปรม พล.ต.ท.รุทธพลยืนยันว่าเป็นภาพจริงและเป็นกิจกรรมตามโครงการเยี่ยมญาติใกล้ชิดซึ่งดำเนินการมานานกว่า 10 ปี ไม่ใช่กรณีพิเศษใด ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากคดีฉาวภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือที่ประชาชนเรียกว่า “ห้องเชือดใต้บันได” ล่าสุดมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนรวม 6 ราย ได้แก่
1.ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
2.เลขานุการ ผบ.เรือนจำฯ
3.ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง
4–6. เจ้าหน้าที่เรือนจำอีก 3 ราย
ทั้งหมดถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังชาวจีนอย่างมิชอบ
