เปิดภารกิจคืนชีวิตคนไร้บ้าน! ‘ชัชชาติ’ ลงพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ช่วยคนไร้ที่พึ่งครบวงจร

กทม.เดินหน้าจัดระเบียบเกาะรัตนโกสินทร์ควบคู่ดูแลคนไร้บ้าน ทั้งสุขภาพกาย-ใจ งาน และที่พัก สะสม 4 วันคัดกรองแล้ว 82 คน ส่งต่อ “บ้านอิ่มใจ” 24 คน

เมื่อค่ำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่บริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร ติดตามการดำเนินงานของ “ศูนย์ลงทะเบียน คัดกรอง และส่งต่อเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในเกาะรัตนโกสินทร์” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง พร้อมคัดกรองปัญหาและเชื่อมต่อความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหาร กทม. ผู้แทนจาก พม. ตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทีม MCATT กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และปฏิบัติงานด้วย

นายชัชชาติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาคนไร้บ้านให้ยั่งยืน ไม่อาจจบเพียงการจัดระเบียบพื้นที่หรือเคลื่อนย้ายออกจากจุดเดิม แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างโอกาสให้แต่ละคนมีงาน มีรายได้ และสามารถกลับมาพึ่งพาตัวเองได้

“ความยั่งยืนที่สุดคือการช่วยให้เขามีงานทำและกลับมาพึ่งพาตัวเองได้ แต่การหางานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละคนมีความต้องการและเหตุผลแตกต่างกัน บางคนพร้อมทำงาน บางคนอาจยังไม่พร้อม เราจึงต้องเข้าใจเขาก่อน แล้วหาโอกาสที่เหมาะกับแต่ละคน” นายชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ กทม.จึงอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางด้านอาชีพ ทั้งการจ้างงานระยะสั้นและการเชื่อมต่อผู้ที่มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐควบคู่กันไป

ขณะเดียวกัน การดูแลไม่ได้มุ่งเฉพาะเรื่องที่พักหรืออาชีพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และทีมเยียวยาจิตใจ MCATT เข้าประเมินผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต และส่งต่อเข้าสู่ระบบรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตร่วมกับการใช้สารเสพติด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ การจัดการพื้นที่สาธารณะ กทม.ยืนยันว่าจะดำเนินการควบคู่กับการดูแลคนไร้ที่พึ่ง เพื่อให้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์มีความสะอาด เป็นระเบียบ และประชาชนทุกกลุ่มสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้ โดยไม่ใช้วิธีเพียงผลักหรือเคลื่อนย้ายปัญหาไปเกิดในพื้นที่อื่น

นอกจากนี้ ยังจัดระบบการบริจาคอาหาร โดยขอความร่วมมือประชาชนและผู้มีจิตศรัทธานำอาหารไปส่งต่อผ่าน “บ้านอิ่มใจ” เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบ ลดปัญหาอาหารเหลือทิ้งและผลกระทบด้านความสะอาดในพื้นที่

การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทีม MCATT กรมสุขภาพจิต กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการดำเนินงานสะสมระหว่างวันที่ 27-30 สิงหาคม 2569 มีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองและระบบช่วยเหลือแล้ว 82 คน ในจำนวนนี้ประสานส่งต่อเข้าสู่ “บ้านอิ่มใจ” 24 คน แบ่งเป็นชาย 18 คน และหญิง 6 คน เฉพาะวันที่ 30 สิงหาคม เวลา 22.00 น. มีผู้ผ่านการคัดกรองเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ 9 คน และประสานส่งต่อไปยังบ้านอิ่มใจ 3 คน