
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เปิดม่านโขน “สีดา” ถ่ายทอดมหากาพย์ความรักและการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง จัดแสดง 5 พ.ย.–10 ธ.ค.นี้
เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน รอบสื่อมวลชน ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก่อนเปิดการแสดงให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2569

การจัดแสดงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงฟื้นฟู ส่งเสริม และวางรากฐานการอนุรักษ์โขนให้กลับมางดงามมีชีวิต ตลอดจนร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
เบื้องหลังความงดงามบนเวที คือพระราชปณิธานในการธำรงศิลปะชั้นสูงของชาติ ทั้งการแสดงโขนและงานช่างฝีมือที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่การจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขน และเครื่องประดับ ไปจนถึงการส่งเสริมให้ครูผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกฝนเยาวชน เพื่อให้ศิลปะแขนงนี้มีผู้สืบทอดอย่างต่อเนื่อง

พระราชปณิธานดังกล่าวได้รับการสืบสานภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงวางรากฐานไว้ ให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่น
ความพิเศษของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อยู่ที่การรวมองค์ความรู้ของครูผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งโขน ละคร ดนตรี และคีตศิลป์ ร่วมสร้างสรรค์การแสดงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ถ่ายทอดผ่านนักแสดงเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนอย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงความสามารถ พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการรักษาศิลปะการแสดงของชาติ

สำหรับตอน “สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พาผู้ชมติดตามชีวิตนางสีดาตั้งแต่ถือกำเนิด อภิเษกกับพระราม ติดตามพระสวามีออกเดินป่า ถูกทศกัณฐ์ลักพาไปกรุงลงกา และลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ก่อนเผชิญการพลัดพรากอีกครั้ง จนถึงวันที่พระรามได้พบโอรสและครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า
องค์ประกอบบนเวทีได้รับการออกแบบอย่างวิจิตร โดยเฉพาะฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม–นางสีดา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ถ่ายทอดรายละเอียดศิลปะไทยอย่างประณีต ร่วมด้วยฉากสีดาลุยไฟ ฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ ฉากหนุมานชูกล่องดวงใจ และฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดา ที่ช่วยขับเรื่องราวให้สมบูรณ์บนเวที

การแสดงแบ่งเป็น 8 ฉาก ได้แก่
- จุติกำเนิดเกิดสีดา
- ราชาภิเษกสมรส
- ราเมศร์ทศกัณฐ์กรีธาพล
- มิ่งนฤมลลุยไฟ
- รังใหญ่ อาศรมสถาน
- อุปการอาชา
- หนุมานพลาดท่าเสียที
- พระจักรีพบโอรส
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อพระนารายณ์อวตารเป็นพระราม พระอิศวรขอให้พระลักษมีลงไปถือกำเนิดเป็นพระธิดาของทศกัณฐ์ เพื่อเป็นเหตุแห่งการปราบเหล่ามาร เมื่อแรกประสูติ กุมารีส่งเสียงว่า “ผลาญราพณ์” ถึงสามครั้ง จึงถูกมองเป็นกาลกิณีและนำใส่ผอบลอยน้ำ กระทั่งฤๅษีชนกช่วยเหลือไว้และเลี้ยงดูเป็นธิดา

ต่อมาฤๅษีชนกลาพรตกลับไปครองกรุงมิถิลา พร้อมนำพระธิดาซึ่งประทานชื่อว่า “สีดา” กลับไปด้วย เมื่อถึงคราวเลือกคู่ พระราม พระโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยา สามารถยกมหาธนูโมลีได้ จึงได้อภิเษกกับนางสีดา
ครั้นพระรามต้องออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี เพื่อรักษาพระสัตย์ของท้าวทศรถ นางสีดาขอติดตามไปด้วยความภักดี พร้อมพระลักษมณ์ พระอนุชาของพระราม ก่อนที่ทศกัณฐ์จะลักพานางไปกรุงลงกาเพราะต้องการได้นางเป็นมเหสี

พระรามออกติดตาม โดยมีกองทัพวานรจากเมืองขีดขินและเมืองชมพูเป็นกำลังสำคัญ รวมถึงพิเภก อนุชาของทศกัณฐ์ที่เข้ามาสวามิภักดิ์ หลังสิ้นศึก นางสีดาขอลุยไฟเพื่อให้ประจักษ์ถึงความบริสุทธิ์และความซื่อสัตย์ภักดี ก่อนกลับกรุงอโยธยาพร้อมพระราม
แต่ชีวิตนางสีดาต้องเผชิญความพลัดพรากอีกครั้ง เมื่อพระรามเข้าพระทัยผิดและเนรเทศนางออกจากเมือง นางจึงไปพำนักในป่ากับฤๅษีวัชมฤค โดยมีพระมงกุฎและพระลบเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องราวช่วงต่อมา

เมื่อพระมงกุฎและพระลบทดลองศรที่ฤๅษีชุบให้ แผลงถูกต้นรังใหญ่หักสะบั้น เสียงดังไปถึงกรุงอโยธยา พระรามจึงปล่อยม้าอุปการออกค้นหาผู้ที่คิดท้าทายพระราชอำนาจ นำไปสู่การต่อสู้ระหว่างพระรามกับพระมงกุฎ ซึ่งต่างไม่อาจทำอันตรายกันได้ ก่อนความจริงเรื่องสายสัมพันธ์พ่อลูกจะเปิดเผย ในที่สุดพระอิศวรทรงขอให้นางสีดาคืนดีกับพระราม และประทานพรให้ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ผู้สนใจเข้าชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” ได้ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน–10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 600, 800, 1,000, 1,800 และ 2,000 บาท ส่วนรอบนักเรียนราคา 200 บาท เปิดจำหน่ายผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สอบถามรายละเอียดโทร. 0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com


