
เทศบาลเมืองนราธิวาสเปิดเวทีถกแผนพัฒนาท้องถิ่น ดึงทุกภาคส่วนร่วมเคาะงบ 4.5 ล้านบาทสร้างสัญญาณไฟจราจรแยกวอสเบียน พร้อมรับเสียงสะท้อนปัญหาไฟแดงชำรุดข้ามปี
เทศบาลเมืองนราธิวาส โดยกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลเมืองนราธิวาส ครั้งที่ 3/2569 ร่วมกับประชาคมท้องถิ่น ระดับเมือง ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายไฟซอน มุสตาปา รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุมพิชิตบำรุง ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลเมืองนราธิวาส

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาร่างแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 – 2570) เพิ่มเติมครั้งที่ 4/2569 ร่างแผนพัฒนาท้องถิ่น ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2571-2575) และร่างแผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล ประธานชุมชน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชน อสม. อปพร. และกลุ่มอาชีพต่างๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงครบองค์ประชุม

นายไฟซอน มุสตาปา รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลและประชาคมท้องถิ่น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมสะท้อนปัญหาและความต้องการ นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่ตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภายในประชุมได้เกิดประเด็นข้อเสนอแนะที่น่าสนใจและเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดย นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาการชุมชนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเข้าประชุมแทนนางสาวสุนีย์ มาหะ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส ได้หยิบยกประเด็นสำคัญขึ้นมาเสนอในระเบียบวาระอื่นๆ รวม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- เห็นชอบและสนับสนุนกรณีที่เทศบาลเสนอโครงการเพิ่มเติม ครั้งที่ 4/2569 โครงการก่อสร้างสัญญาณไฟจราจร บริเวณถนนสุริยะประดิษฐ์-แยกวอสเบียน ด้วยงบประมาณ 4,500,000 บาท เนื่องจากจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง การติดตั้งสัญญาณไฟจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
- สะท้อนเสียงร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสมีสัญญาณไฟจราจรชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก บางแห่งปล่อยทิ้งร้างไม่ซ่อมแซมมาหลายปี จนเกิดคำถามจากชาวบ้านว่า “งบประมาณด้านอื่นทำได้ ทำไมไฟจราจรจึงไม่ซ่อม?” ประกอบกับพฤติกรรมการฝ่าฝืนสัญญาณไฟของประชาชนบางส่วนยิ่งเพิ่มความเสี่ยง จึงขอให้เทศบาลเร่งบรรจุเรื่องนี้เข้าแผนและเร่งดำเนินการแก้ไขเป็นกรณีพิเศษ
- เสนอให้เทศบาลหาแนวทางปรับปรุงและฟื้นฟู “อุทยานการเรียนรู้ TK park” ที่ใช้งบประมาณลงทุนค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันกลับอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม เพื่อพลิกฟื้นให้กลับมามีบรรยากาศสวยงาม เหมาะแก่การเรียนรู้ เล่นกีฬา และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนและผู้มาเยือนอย่างแท้จริง
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส




