
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ อดีตอาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ และอดีตประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ให้สัมภาษณ์แสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวนโยบายและโครงการ “อาสาพยาบาล” ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดให้มีการสรรหาบุคคลเข้ารับการอบรมเพื่อปฏิบัติงานในลักษณะอาสาพยาบาล พร้อมกำหนดค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท
ผศ.พรรณวดี ระบุว่า นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานและคุณค่าของวิชาชีพพยาบาล เนื่องจาก “พยาบาล” หมายถึงพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการศึกษาและฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น มีหน้าที่ดูแล ฟื้นฟู ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคแก่ประชาชน โดยต้องใช้เวลาเรียนถึง 4 ปี 4 ภาคฤดูร้อน หรือเกือบ 5 ปีเต็ม จึงไม่อาจเทียบเคียงได้กับการนำบัณฑิตจากสาขาอื่นมาอบรมระยะสั้นแล้วให้เข้ามาปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
“หากรัฐบาลต้องการเพิ่มบุคลากรเพื่อดูแลประชาชนจริง ๆ ทำไมไม่ใช้งบประมาณดังกล่าวในการจ้างพยาบาลวิชาชีพเพิ่ม หรือสนับสนุนการผลิตพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลและสถาบันการศึกษาที่มีอยู่ ซึ่งสังคมสามารถยอมรับและเข้าใจได้มากกว่า” ผศ.พรรณวดี กล่าว
อดีตประธานสภาคณาจารย์ มข. ยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขอย่างแท้จริง โดยอ้างว่าเป็นการสร้างรายได้หรือเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพ แต่กลับละเลยปัญหาที่บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
“ทุกวันนี้พยาบาลจำนวนมากทำงานหนักทั้งเข้าเวร ดูแลผู้ป่วย ลงพื้นที่ชุมชน และรับผิดชอบงานอย่างเต็มกำลัง แต่หลายคนยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานประจำ บางคนยังเป็นเพียงลูกจ้างรายวันหรือลูกจ้างตามงบประมาณของโรงพยาบาล ทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินส่วนนี้มาแก้ปัญหาวิกฤติบุคลากรทางการแพทย์ ยกระดับสวัสดิการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนที่ทำงานอยู่ในระบบ” ผศ.พรรณวดี กล่าว
นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลนำงบประมาณของโครงการไปใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องของโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขอนแก่นที่ยังมีภาระหนี้สะสมอีกหลายร้อยล้านบาท รวมทั้งสนับสนุนการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งยังประสบปัญหาเครื่องมือเก่า ชำรุด หรือมีไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคิวตรวจรักษาเป็นเวลานาน บางรายต้องรอการตรวจเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอนานถึง 3-6 เดือน
ผศ.พรรณวดี ทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลต้องการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างแท้จริง ควรทุ่มงบประมาณสนับสนุนการผลิตพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง มากกว่าการจัดทำโครงการที่อาจถูกมองว่าเป็นการสร้างฐานทางการเมืองและเอื้อประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจในอนาคต
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น
