
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ระหว่างการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่คุมสอบประจำสนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สนามสอบ ได้ตรวจพบความผิดปกติของผู้เข้าสอบรายหนึ่ง จนนำไปสู่การจับกุมผู้สวมสิทธิ์เข้าสอบแทนได้ในที่สุด
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า ผู้เข้าสอบมีใบหน้าไม่ตรงกับภาพถ่ายในใบสมัครและบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งที่ข้อมูลผู้สมัครระบุว่าเป็นชายอายุ 28 ปี เมื่อสอบถามข้อเท็จจริง บุคคลดังกล่าวอ้างว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งและผ่านการรักษาด้วยการฉีดคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อกับคำชี้แจงดังกล่าว เนื่องจากพบพิรุธหลายประการ จึงนำตัวไปตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลด้วยการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ผลปรากฏว่า ลายนิ้วมือไม่ตรงกับข้อมูลของผู้สมัครตัวจริง และตรวจสอบพบว่าบุคคลที่มาเข้าสอบมีอายุ 57 ปี ไม่ใช่ชายวัย 28 ปี ตามที่ระบุในใบสมัคร แต่เป็นบุคคลอื่นที่มาสวมสิทธิ์เข้าสอบแทน
หลังทราบผล เจ้าหน้าที่คุมสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามสอบ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ 1. แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 2. ใช้บัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่น ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบด้วยตนเอง เมื่อได้รับรายงานจึงสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกคน ทั้งผู้สวมสิทธิ์เข้าสอบ ผู้สมัครตัวจริงที่ว่าจ้างให้ผู้อื่นเข้าสอบแทน ตลอดจนบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต โดยจะไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการสอบเข้ารับราชการ
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวย้ำว่า นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว กรมฯ จะเร่งขยายผลตรวจสอบหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด พร้อมสั่งตัดสิทธิ์ผู้สมัครรายดังกล่าวทันที เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าสอบที่ปฏิบัติตามกติกาอย่างสุจริต และยืนยันว่าการสอบของ ปภ. จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และปราศจากการทุจริตทุกกรณี

