‘ชัชชาติ’ ประกาศชัยชนะลั่นไม่มีเวลาฉลองเตรียมลุย 260 นโยบายดันกทม.สู่มหานครระดับโลก

เมื่อค่ำวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ลงคะแนนให้หรือไม่ได้เลือกตนเอง โดยยืนยันว่า ทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า และสะท้อนความงดงามของระบอบประชาธิปไตย

นายชัชชาติ กล่าวว่า ภารกิจหลังจากนี้ถือเป็นความรับผิดชอบครั้งใหญ่ เพราะประชาชนมีความคาดหวังสูง ขณะเดียวกันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครจึงต้องปรับตัวและทำงานให้หนักกว่าเดิม เพื่อให้สามารถก้าวทันการแข่งขันกับเมืองชั้นนำทั่วโลก

“กรุงเทพฯ จะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่เพราะชัชชาติ แต่เพราะพวกเราทุกคนต้องร่วมกันจับมือเดินไปข้างหน้า อีก 4 ปีจากนี้ เราจะทำให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครสามารถเป็นเมืองชั้นนำของโลก และแข่งขันกับมหานครสำคัญทั่วโลกได้” นายชัชชาติกล่าว

ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรก คือการนำ 260 นโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน มาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์และกำหนดกรอบการดำเนินงานในช่วง 100 วันแรก โดยจะเร่งผลักดันประเด็นสำคัญ ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และโครงการเร่งด่วนต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

นายชัชชาติย้ำว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชนะ แต่กลับทำให้เกิดความยำเกรง เพราะมองว่านี่คือ “คำสั่งของประชาชน” ที่มอบหมายให้เข้าไปแก้ปัญหาเมืองหลวง จึงไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเวลาที่ต้องเร่งเตรียมตัว วางแผน และจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

“งานหนักกำลังรออยู่ข้างหน้า ไม่มีเวลาฉลอง ต้องกลับมาคิดและเตรียมทำงานทันที” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ ยอมรับว่า ตลอดการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ประชาชนมอบให้คือความเข้าใจและความไว้วางใจ ดังนั้น จากนี้จะต้องพัฒนาตัวเอง ยกระดับทีมงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่

นายชัชชาติ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญตลอดวาระ 4 ปี คือการทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น กรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดึงดูดการลงทุน สร้างเศรษฐกิจเมืองให้เติบโต และทำให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม มีความสุข และได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม

สำหรับ วันพรุ่งนี้ จะเรียกประชุมทีมงานทันทีเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์และแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยอมรับว่าภารกิจตลอด 4 ปีข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความคาดหวังของประชาชนสูงกว่าที่ผ่านมา จึงต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมถึง 3-4 เท่า ส่วนทีมบริหารจะยังคงใช้ทีมงานชุดเดิมเป็นหลัก แต่พร้อมปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อแสวงหาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ หากแต่ต้องการนำความรู้และสติปัญญามาแก้ปัญหาให้กับคนกรุงเทพฯ

นายชัชชาติแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทุกคนได้ เพราะทุกคนต่างได้รับฉันทามติจากประชาชนเช่นเดียวกัน และมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ก้าวไปข้างหน้า