จับโรงงานลูกชิ้นเถื่อนส่งขาย 30 ตันต่อเดือนพบใช้เลข อย.ปลอม-หมดอายุ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เปิดปฏิบัติการบุกทลายโรงงานผลิตลูกชิ้นและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ในพื้นที่ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หลังสืบทราบว่า ลักลอบผลิตอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมใช้เลขสารบบอาหารปลอมและเลข อย.ที่ถูกยกเลิกแล้วติดบนฉลากสินค้า ก่อนกระจายส่งขายไปยังตัวแทนทั่วประเทศ

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของ กก.4 บก.ปคบ. ภายหลังได้รับข้อมูลจากกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับโรงงานต้องสงสัยที่ลักลอบผลิตอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก หมูยอ และไก่ยอ ในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พบ นายอรรถพล (สงวนนามสกุล) แสดงตนเป็นเจ้าของกิจการ

ผลการตรวจค้นสร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อพบผลิตภัณฑ์อาหารผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล ทั้งสินค้าที่ไม่มีเลขสารบบอาหาร สินค้าที่นำเลข อย.ที่ถูกยกเลิกแล้วกลับมาใช้ และสินค้าที่ติดเลขสารบบอาหารปลอม รวมกว่า 20 ยี่ห้อ จำนวนกว่า 10,000 ถุง

นอกจากนี้ ยังพบวัตถุดิบสำหรับการผลิตจำนวนมาก ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว หนังไก่ และเอ็นวัว รวมกว่า 800 กิโลกรัม พร้อมเครื่องจักรการผลิตครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบดเนื้อ เครื่องสับผสม เครื่องปั้นลูกชิ้น หม้อต้ม และสายพานลำเลียง

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางรวม 18 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป วัตถุดิบ และเครื่องจักร รวมจำนวน 132,725 ชิ้น มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า โรงงานแห่งนี้เคยได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารอย่างถูกต้อง แต่ใบอนุญาตได้หมดอายุตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และไม่เคยยื่นขอต่ออายุอีกเลย ขณะที่การตรวจประเมินมาตรฐานการผลิตล่าสุดพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ด้านความสะอาดและสุขลักษณะในการผลิตอาหาร

เบื้องต้น นายอรรถพล ยอมรับว่า โรงงานเปิดดำเนินกิจการมานานประมาณ 10 ปี และยังไม่ได้ดำเนินการต่อใบอนุญาตจริง โดยผลิตสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ หมูยอ ไก่ยอ จ๊อไก่ ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นเนื้อ และลูกชิ้นไก่ ส่งขายผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตเฉลี่ยเดือนละประมาณ 30 ตัน สร้างรายได้ราว 3 ล้านบาทต่อเดือน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของสารต้องห้าม เช่น สารบอแรกซ์ ปริมาณวัตถุกันเสีย รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค หากผลตรวจพบสารต้องห้ามหรือการปนเปื้อนเกินมาตรฐาน จะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหา “ผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์” ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมาย

สำหรับ ความผิดเบื้องต้น เจ้าของโรงงานถูกแจ้งข้อหาหลายกระทง ทั้งตั้งโรงงานผลิตอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ผลิตอาหารปลอม และผลิตอาหารภายหลังใบอนุญาตสิ้นอายุ ซึ่งบางข้อหามีโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ย้ำเตือนผู้บริโภคให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบเลขสารบบอาหารผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของ อย. ทุกครั้งก่อนซื้อ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของสินค้าผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนประชาชนว่า แม้บรรจุภัณฑ์สินค้าจะดูสะอาดและน่าเชื่อถือ แต่ควรตรวจสอบเลข อย. ให้ตรงกับข้อมูลในระบบก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับการเอาเปรียบผู้บริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดรอดสู่ท้องตลาดและกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง