‘ซาบีดา’ ลุยเชียงใหม่ปลดล็อกสิทธิชาติพันธุ์เร่งใช้กม.เต็มรูปแบบดันแผน 5 ปีแก้ปัญหายั่งยืน

กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 อย่างเป็นรูปธรรม หลัง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) จังหวัดเชียงใหม่ รับฟังข้อเสนอจากเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 10 กลุ่ม พร้อมประกาศเร่งผลักดันกฎหมายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อสร้างหลักประกันด้านสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดจนคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมร่วมลงพื้นที่

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เสียงสะท้อนจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงวัฒนธรรมจึงกำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยจะเปิดรับการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านระบบออนไลน์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569

จากนั้นจะดำเนินการเลือกผู้แทนสมาชิกสภาและสรรหากรรมการผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อเข้าสู่ สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีองค์ประกอบครบถ้วน และสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ข้อเสนอจากพื้นที่จะไม่หยุดอยู่เพียงเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่จะถูกนำไปต่อยอดเป็น แผนแม่บทด้านชาติพันธุ์ของประเทศ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อใช้เป็นกรอบบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภาครัฐ ให้การจัดสรรงบประมาณ การกำหนดนโยบาย และการแก้ไขปัญหา สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของชุมชนชาติพันธุ์ทั่วประเทศ

“ข้อเสนอจากพื้นที่จริงของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ คือโจทย์สำคัญในการจัดทำแผนแม่บทด้านชาติพันธุ์ของประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้แผนฉบับนี้เป็นเครื่องมือเชื่อมการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลอย่างแท้จริง กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับสังคมไทย เปลี่ยนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าว